ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Tuesday
Feb 07th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก เครื่องราง ของขลัง ตะกรุดนาคเขาคำ ครูบาศรีนวล วัดเจริญเมือง อ.พาน จ.เชียงราย

ตะกรุดนาคเขาคำ ครูบาศรีนวล วัดเจริญเมือง อ.พาน จ.เชียงราย

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและเรื่องโดย.. โดย บรรลุ โกเมน

ครูบาศรีนวล ญาณสิริ ผู้สร้างตะกรุดนาคเขาคำ

งานสงกรานต์ที่วัดหนึ่งใน อ.พาน จ.เชียงราย มีการจัดงานสงกรานต์ประจำปี บรรดาหนุ่มจะข้ามถิ่นไปแอ่วสาวอันเป็นประเพณีของชาวล้านนาราณที่สืบทอดกันมาหนุ่มไทย ต๊ะอาม อยู่บ้านป่าปง ต.เจริญเมือง อ.พาน ไปแอ่วสาวด้วยความสนุกสนาน เลยลืมมองหน้ามองหลังว่าคู่อริต่างหมู่บ้านก็มาแอ่วสาวด้วย คู่อริเดินไปชักชวนสมัครพรรคพวกมาอีกสองคนเดินตามหลังหนุ่มไทยมาเงียบๆ พอได้ระยะก็ร้องเรียกชื่อ

?ไทย มึงมาแอ่วถึงถิ่นกูเชียวหรือ มึงแน่มากมาเดี่ยวเสียด้วย?

?

?

ยังไม่ทันพูดโต้ตอบคู่อริก็ถีบยอดอกเซหลุนๆ ไปข้างหลัง เพื่อนอีกสองคนของคู่อริตามาซ้ำด้วยมีดปลายแหลมเข้าให้ พอเห็นปลายมีดพุ่งเข้ามาหนุ่มไทยก็เอียงตัวหลบ แต่เข้าทางอีกคนมีดอีกเล่มพุ่งเข้ามา ผ่อนหนักเป็นเบายกท่อนแขนขึ้นรับมีด เสียงปึ้กมีดเด้ง แขนบริเวณที่ถูกแทงมีรอยปลายมีดเป็นรูเล็กๆ เลือดซิบๆ ที่เรียกว่า ยางบอน คู่อริชักมีดออกมาแทงซ้ำที่ชายโครงอย่างจัง หนุ่มไทยเซถลารู้สึกจุกแน่นหน้าอก เข่าเตี้ยแต่ฝืนใจกรรเชียงหนีเพื่อจะหาอาวุธโต้ตอบ แต่พวกอันธพาลวิ่งตามมาถีบข้างหลังจนเซถลาไปข้างหน้า ล้มลงไปนอนกับพื้น

?จั้ก จึ้ก จั้ก ว้ายตายแล้ว คนจะฆ่ากันช่วยห้ามทีเร็ว?
เสียงมีดกระหน่ำแทงหนุ่มไทยผสมเสียงหวีดร้องของผู้ที่เห็นเหตุการณ์ดังลั่นตะนัง ทันใดเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น
?บึ้ม ๆ หยุดนะไอ้พวกบ้า หยุดเดี๋ยวนี้?

อุโบสถวัดเจริญเมือง ห้ามสตรีเข้าเด็ดขาด ครูบาศรีนวลกับกุฏิปฏิบัติธรรม กุฏิที่จำวัดของครูบาศรีนวล

กำนันที่เป็นกรรมการวัดผ่านมาเห็นพอดีจึงชักปืนยิงขึ้นฟ้า พวกอันธพาลสามคนตกใจเสียงปืนจึงวิ่งหนีไป ปล่อยให้หนุ่มไทยค่อยๆประคองตัวลุกขึ้นเสื้อแสงขาดเป็นรู เนื้อตัวเป็นจ้ำแดงๆ หลายแห่งเพราะเกิดจากการถูกแทงด้วยมีดปลายแหลม หากเข้าก็ต้องจบลงด้วยความตาย ชาวบ้านมามุงดูกันแน่น ต่างถามว่ามีของดีอะไรติดตัว หนุ่มไทยจึงปลิ้นตะกรุดนาคเขาคำของครูบาศรีนวล วัดเจริญเมือง ที่คาดเอวอยู่เพียงดอกเดียวให้ดูแล้วบอกกับทุกคนว่า

?ตะกรุดครูบาศรีนวลวัดเจริญเมือง?

วันรุ่งขึ้นตะกรุดนาคเขาคำที่วัดเจริญเมืองถูกบูชาจนหมด ต้องรอครูบาศรีนวลลงอักขระและปลุกเสกใหม่ สำหรับหนุ่มไทย ครูบาศรีนวลรดน้ำมนต์ให้ก่อนจะเป่ากระหม่อมซ้ำ ครูบาศรีนวลบอกกับหนุ่มไทยว่า

?คุณพระคุณเจ้าช่วยเอาไว้ ไม่งั้นตายไปแล้ว?

อีกรายหนึ่งภรรยามีอาการปวดหัวมาหลายวันไปหาหมอเอายามากินก็ไม่หาย จึงพากันมานมัสการครูบาศรีนวลเพื่อให้พ่นศีรษะให้ ครูบาศรีนวลนั่งหลับตาครู่หนึ่งก็บอกว่า

?ตะกรุดที่ฉันให้ไปน่ะทำไมเอาไปใส่ไว้ใต้หมอน ฉันบอกให้เอาไว้สูงๆ ไง ไม่ต้องทำอะไรกลับบ้านไปเอาตะกรุดไปไว้ที่สูงๆ แค่นี้ก็หาย ไม่ต้องไปกินยาให้เปลืองเงิน?

ตั้งแต่เอาตะกรุดออกจากใต้หมอนไปไว้บนที่สูงก็หายปวดหัวเป็นปลิดทิ้ง เรื่องนี้มีผู้รู้เห็นหลายคนตะกรุดนาคเขาคำ เป็นตะกรุดตำรับเก่าของล้านนา ครูบาศรีนวลไปขอสืบสานวิชามาจากครูบาปัญญา วัดบ้านต๋อม จ.พะเยา โดยเดินธุดงค์ไปขอเรียน เป็นศิษย์คนสุดท้ายที่ได้วิชาจากครูบาปัญญา เพราะท่านได้มรณภาพหลังจากถ่ายทอดวิชาให้กับครูบาศรีนวล
ตะกรุดโทนที่ครูบาศรีนวลสร้างเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2483 อันเป็นปีที่ไทยส่งทหารเข้าไปยึดดินแดนที่ฝรั่งเศสเคยบังคับเอาไปในสมัยพระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชคืน เรียกกันว่า ?สงครามอินโดจีน? เพราะศิษย์ของท่านหลายคนไปราชการสงครามครั้งนี้ ปรากฏว่าไปถูกยิงไม่เข้าแคล้วคลาดจากสะเก็ดกระสุนปืนใหญ่

พระสมเด็จรุ่นแรก ที่มีเมตตาสูง

ตอนนั้นไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนักนอกจากคนใกล้วัด แต่ต่อมาในสงครามเกาหลีและเวียดนามตะกรุดนาคเขาคำไปปรากฏอภินิหารมากมายจนเป็นที่ประจักษ์ ทำให้มีคนรู้จักตะกรุดนาคเขาคำมากขึ้น

การสร้างตะกรุด ต้องลงอักขระในวันพระ 8 ค่ำ 15 ค่ำเท่านั้น กับในวันที่ 15 เมษายนของทุกปีที่ชาวล้านนาเรียกวันพญาวัน ท่านจะลงมากหน่อยมีผู้นำแผ่นทองคำ นาก เงิน มาให้ท่านลง ปกติตะกรุดที่ท่านสร้างจะเป็นเนื้อทองแดง เมื่อลงอักขระแล้วก็กลึงด้วยจิตให้อักขระทุกตัวมีอิทธิฤทธิ์ จากนั้นก็ม้วน การม้วนก็ต้องบริกรรมคาถา เสกเชือกที่จะมาร้อยตะกรุด ร้อยแล้วผูกปมประกับหัวท้ายก็ต้องบริกรรม เสร็จแล้วก็นำมาปลุกเสกรวมอีกครั้งก่อนจะแจก

อุปเท่ห์การใช้ครูบาศรีนวลกำหนด ดังนี้
ก่อนจะคาดเอวให้ยกตะกรุดจรดหน้าผาก ตั้งนะโมสามจบ ร่ายคาถาปลุกตะกรุดนาคเขาคำว่า

ตะกรุดนาคเขาคำอันลือนาม

?อิมานิ ปะติราชา อาละวะกะปิ ธัมมิปะถะวีราชา อะสุระราชา พรหมะราชาโยวันนะกะฉะ นะโมพุทธายะ? 3 จบ จึงคาดติดเอวไว้

หากจะต้องเข้าสงครามหรือผ่านพื้นที่อันตรายให้ตะกรุดอยู่ที่หน้าท้องผูกไม่ต้องแน่นมาก ขยับตะกรุดวนขวาตามเข็มนาฬิกาให้ตะกรุดกลับมาที่หน้าท้องตามเดิม เวลาขากลับให้หมุนตะกรุดทวนเข็มนาฬิกาให้ตะกรุดอยู่ที่ด้านหลัง
จวนตัวจะกำบังศัตรูให้เอามือตบที่ตะกรุด 3 ครั้ง แล้วชี้มือไปในทิศที่เราจะไม่ไป จากนั้นก็หนีเอาตัวรอดไป ศัตรูตามมาจะหลงทิศไปคนละทิศกับที่เราหนีไป หากจะให้ค้าขายดีก็เอาตะกรุดแช่ในน้ำที่มีฝักหรือใบส้มป่อยลอยอยู่ ส่วนหนึ่งล้างหน้า ส่วนหนึ่งพรมหน้าร้าน จะค้าขายดีตามที่ปรารถนา

ตะกรุดนาคเขาคำของครูบาศรีนวล สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2483 เป็นต้นมาเป็นจำนวนมากแต่ก็ไม่เคยพอ เพราะมีผู้มาบูชาที่วัดเป็นประจำ เพราะเสียงเล่าลือจากปากต่อปากนั่นเอง เรียกว่าไม่ต้องโฆษณาก็ดังไปทั่วประเทศไทย ครูบาศรีนวลมักปลีกวิเวกไปนั่งปฏิบัติธรรม เมื่อท่านเข้าไปเจริญสมาธิแล้วละก็ฝนจะตก น้ำจะท่วม แผ่นดินจะไหว ห้ามรบกวนท่านเด็ดขาด เพราะเป็นคำสั่งกำชับของครูบาศรีนวลเอง เพราะเมื่อท่านทรงอยู่ในฌานแล้วท่านจะกำหนดเองว่าจะเข้าออกเป็นเวลานานเพียงใด เมื่อได้เวลาที่กำหนดท่านก็จะออกจากฌาน เรียกว่า ?วสีภาพ? การเข้าออกฌานอันรวดเร็ว และสามารถทรงฌานได้ตามที่กำหนดไว้ทุกประการ

นี่คือตะกรุดนาคเขาคำ สำนักวัดเจริญเมือง ที่ครูบาศรีนวลได้จัดสร้างติดต่อกันมาเป็นเวลานานปรากฏอภินิหารนานาประการ เป็นที่ประจักษ์แก่สาธุชนจนถึงบัดนี้

( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 942 เดือนมกราคม 2549 : ตะกรุดนาคเขาคำ ครูบาศรีนวล? วัดเจริญเมือง อ.พาน จ.เชียงราย : โดย บรรลุ โกเมน )

ลิขสิทธิ์ ? 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010.? Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2010 เวลา 13:44 น. )