ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Monday
May 21st
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก เครื่องราง ของขลัง การเลี้ยง และ บูชา กุมารทอง ฉบับ ล้านนา

การเลี้ยง และ บูชา กุมารทอง ฉบับ ล้านนา

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและเรื่องโดย สุนันท์ เร้าปิติวงษ์กุล

การเลี้ยง และ บูชา กุมารทอง ฉบับ ล้านนา

กุมารทอง เนื้อดินเผากุมารทอง เป็นเครื่องรางของขลังประเภทมีจิตวิญญาณ กุมาร ของ ล้านนา ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเห็นจะเป็น กุมาร ของ หลวงปู่ ครูบาดวงดี วัดท่าจำปี จังหวัดเชียงใหม่ กุมาร ของสามเณรวิเศษณ์  สิงห์คำ และ กุมารทอง ของครูบาหาญ วัดดงลาน ครับ ส่วนทางฆราวาสเห็นจะมี พ่อหนานสม บ้านต๋ม จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนในจังหวัดแพร่ก็มีหลายท่านครับ จริงๆ แล้วสำหรับคติเรื่องกุมารทอง ใน ล้านนา ไม่มีครับ แต่ได้รับอิทธิพลมาจากทางภาคกลาง กุมารทอง ล้านนา จึงแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. กุมารทอง เทพ กุมารทอง เทพ เป็น กุมาร ที่เกิดจากการตั้งธาตุ หนุนธาตุ และบรรจุมวลสารที่เป็นของมงคลล้วนๆ ไม่มีผงผีเจือปน อาจารย์ผู้ทำต้องมีจิตที่แข็งแกร่ง ต้องประสิทธิ์ประสาทอาคมให้ตัวกุมารทอง มีพลังมากที่สุด ในนิมิต กุมารทอง ต้องดิ้นได้ นั่งบนกองเงินกองทอง เป็นต้น สำหรับ กุมาร ประเภทนี้ ไม่มีอันตรายใดๆ เพราะเป็นวิญญาณสมมติขึ้นมา อาจเซ่นด้วยขนม น้ำหวานตามวาระโอกาส แต่ข้อจำกัดของ กุมารทอง กุมารทอง ประเภทนี้คือ บนบานศาลกล่าวอาจเห็นผลช้า ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับว่าอาจารย์ผู้ทำประเภทนี้แข็งแกร่งเพียงใด อาจารย์ที่ทำ กุมารทอง ประเภทนี้ได้เก่งที่สุดคือ อาจารย์ฝ่ายพระเกจิที่มีพรรษามากๆ และอาจารย์ที่เป็นหมออาคมสายพุทธคุณครับ และ กุมาร ประเภทนี้ กำลังระบาดอย่างมากในสำนักทรง ถ้าเป็น กุมาร ปลอมก็จะไม่มีตัวตน เสมือนหุ่นธรรมดา แต่สำนักทรงบางสำนักที่ทำ กุมารทอง ออกมาจริงๆ ในจังหวัดแพร่ที่มีชื่อเสียงได้แก่ กุมารทอง สำนักทรงแม่เลี้ยงเย็น และ กุมารทอง เทพ สำนักทรงพ่อหนานพร ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ในเรื่องของประสบการณ์ แก่ศิษย์ในจังหวัดแพร่อย่างมากมายครับ

2. กุมาร กึ่งเทพ กึ่งพราย กุมาร ประเภทนี้ คล้ายกับ กุมารทอง ประเภทแรก แต่มวลสารที่ผสมเพิ่มเติมคือ ผงพราย กุมาร หรือผงอาถรรพ์ต่างๆ เช่น ดินเจ็ดป่าช้า กระดูกผี น้ำมันพราย กุมาร ฯลฯ การทำ กุมารประเภทนี้จะอาศัย การเชื้อเชิญเอาจิตวิญาณที่อยู่ในมวลสารอาถรรพ์ เหล่านั้นมาสถิตเพื่อสร้างบุญบารมี แต่จิตที่มาอยู่ในองค์ กุมาร นั้น ไม่ใช่จิตของผีพรายโดยตรง เป็นเพียงขวัญ ( ล้านนา เรียกว่าขวัญ มีความเชื่อว่า วิญญาณของมนุษย์เรามี 32 ขวัญ) แบ่งมาสถิตในองค์ กุมาร  กุมารทอง ประเภทนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะ บูชา ง่าย ไม่มีอันตราย เห็นผลเร็ว บางรายถ้าจิตสื่อถึงกันได้ก็สามารถมาบอกเหตุการณ์ต่างๆ ในฝันได้ ยิ่งไปกว่านั้นบางรายอาจสื่อกันถึงขั้นได้ยินเสียงกระซิบ หรือเห็นเป็นตัวเป็นตนเลยก็มี ความเก่งกล้าของ กุมาร ประเภทนี้ ขึ้นอยู่กับบารมีของอาจารย์ที่ปลุกเสก ต้องทำด้วยใจบริสุทธิ์ และวิญญาณที่มาสิงสถิตต้องเป็นวิญญาณที่พลีมาโดยถูกต้อง ไม่ได้มาในสภาพถูกบังคับ กุมาร ก็จะขลังมากๆ กุมารทอง ประเภทนี้ในจังหวัดแพร่ที่ผมรู้จักและเคยบูชามี อาจารย์น้อยโชคชัย บ้านนาแหลมใต้ ที่ทำออกมาได้เข้มขลัง และอาจารย์ของท่านอีกท่านหนึ่งคือ ครูบาเจ้าแก้ว ก็เข้มขลัง ไม่แพ้กันครับแต่ กุมาร ของท่านยังไม่มีออกให้บูชาครับ มีแต่ลูกศิษย์หรือคนรู้จักมาขอร้องให้อาจารย์ท่านทำ แต่อาจารย์บอกว่ามวลสารยังไม่ครบตามตำราครับ

3. พราย กุมาร หรือ ผีพราย กุมาร ประเภทนี้ หลายๆ ท่านอ่านแล้วอาจสนใจ กุมาร พราย ประเภทนี้เป็น กุมาร ที่เกิดจากการผูกเอาผีเด็กมาใช้งาน ถ้าเป็นผีผู้ใหญ่เรียกว่า ผีพราย ขั้นตอนการทำคร่าวๆ อาจารย์ที่จะทำจะต้องเตรียมสะตง 3 แจ่ง (เครื่องพลี เลี้ยงผีตายโหง มีลักษณะเป็นกระทงของภาคเหนือ มี 3 มุม ภายในมีเครื่องเซ่นต่างๆ) พร้อมวัสดุที่จะให้ กุมาร หรือพรายสถิต เช่น ขวดน้ำมัน หุ่น เป็นต้น แล้วไปตั้งเครื่องเซ่นที่ป่าช้า หรือทางสามแพร่ง ในกรณีที่จะเอาผีเด็ก ก็ต้องทราบข่าวมาว่าป่าช้าไหนมีศพเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีบ้าง เมื่อพลีเสร็จอาจารย์ก็จะประกอบพิธีกรรมบูชาเจ้าที่ แล้วก็ขอเอา ผีพราย มาสิงสถิตในหุ่น หรือน้ำมัน แล้วว่ากล่าวเชื้อเชิญข้อแลกเปลี่ยนตามแต่อาจารย์จะกำหนด เมื่อธูปดับหมดแล้ว ก็พาพรายตนนั้นไปเซ่นเลี้ยงที่บ้าน
กุมาร พราย ประเภทนี้ เป็น กุมาร พราย ของแท้ 100% บางอาจารย์มักเอาหัวกะโหลกมาเซ่นเลี้ยงเลยก็มี สำหรับข้อดีของ กุมาร ประเภทนี้คือ มีตัวตนจริง สัมผัสได้จริงขึ้นอยู่กับสภาวะจิต เห็นผลเร็วไว และสามารถสั่งใช้งานได้ตามใจชอบ ข้อเสียก็คือ กุมาร ประเภทนี้อันตราย ต้องหมั่นเซ่นเลี้ยงทุกวันพระ และต้องควบคุมให้ดี มิฉะนั้นกุมารจะสร้างความเดือดร้อนให้คนในบ้าน เช่น บ้านที่มีเด็กเล็กไม่ควรเลี้ยงเป็นอันขาด
สำหรับ กุมาร ประเภทนี้ ในจังหวัดแพร่มี อาจารย์วัตร สัปเหร่อ บ้านถิ่น ที่ทำให้บูชาเป็นรายบุคคลไปค่าครูไม่แพง แต่ใช้เวลานาน เพราะไม่ได้ทำได้ใน 1-2 วัน แต่อาจต้องรอเป็นเดือนเลยก็มี กุมาร พราย ของท่านไม่มีผลเสียกับผู้เซ่นเลี้ยง เพราะท่านกำกับมาแล้วอย่างรอบคอบและเข้มขลังเป็นอย่างดี และอีกท่านหนึ่งก็เห็นจะมี พ่อหนานมี บ้านปงป่าหวายที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้เหมือนกันครับ

กุมารทองพราย วัดสกุณาราม ชัยนาท กุมารทองพราย วัดสกุณาราม กุมารพรายขอดทรัพย์ ครูบาโชคชัย วัดน้ำดิบ กำแพงเพชร กุมารทองดูดทรัพย์ ภูเงิน ตำรับเขมร วัดภูเงิน สระแก้ว

ขั้นตอนขอการบูชา กุมารทอง

1. การนำ กุมารทอง เข้าบ้าน
ตำรา ล้านนา ของ อาจารย์น้อยโชคชัย บ้านนาแหลมใต้ กล่าวเกี่ยวกับการนำ กุมารทอง เข้ามาบูชาในบ้านไว้ว่า ผู้ใดต้องการหา กุมารทอง มาเลี้ยง ให้ดูโฉลกวันเดือนปีเกิดของเจ้าของ กุมาร โดยห้ามให้นำ กุมารทอง เข้าบ้าน ตามวันที่ปรากฏในตำรา ดังนี้
1.1 ผู้เกิดวันจันทร์ ห้ามนำ กุมารทอง เข้าบ้านใน วันศุกร์
1.2 ผู้เกิดวันอังคาร ห้ามนำ กุมารทอง เข้าบ้านใน วันอาทิตย์
1.3 ผู้เกิดวันพุธกลางวัน ห้ามนำ กุมารทอง เข้าบ้านใน วันจันทร์
1.4 ผู้เกิดวันพุธกลางคืน ห้ามนำ กุมารทอง เข้าบ้านใน วันอังคาร
1.4 ผู้เกิดวันพฤหัสฯ ห้ามนำ กุมารทอง เข้าบ้านใน วันพฤหัสฯ
1.5 ผู้เกิดวันศุกร์ ห้ามนำ กุมารทอง เข้าบ้านในวัน เสาร์
1.6 ผู้เกิดวันเสาร์ ห้ามนำ กุมารทอง เข้าบ้านใน วันพุธ กลางคืน
1.7 ผู้เกิดวันอาทิตย์ ห้ามนำ กุมารทอง เข้าบ้านใน วันพุธ กลางวัน

ขั้นตอนของการนำ กุมารทอง เข้าบ้าน

( ฉบับ ล้านนา )
1. เตรียมธูป 16 ดอก (แทน 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน) ดอกไม้ หมาก 1 แว่น ใบพลู 1 ใบ เรียกว่า หมากคำพลูใบ เพื่อบอกกล่าวแก่พระแม่ธรณี

2. จุดธูปปักตรงกลางแจ้งของบ้าน พยายามหาที่ปักที่เป็นพื้นดิน หากหาไม่ได้จริงๆ ให้ปักในทรายหรือดินใส่ภาชนะหรือกระถางธูปก็ได้ โดยเริ่มบอกกล่าวตั้งแต่ศาลพระภูมิบ้าน ศาลเจ้าที่ และนำหมากคำพลูใบนี้ วางลงบนพื้นดิน เพื่อเป็นการบอกกล่าวแก่พระแม่ธรณี โดยกล่าวว่า
“...สาธุ สาธุ สาธุ ขอฝากกลิ่นธูปควันเทียนและกลิ่นดอกไม้หอมนี้ ไปยังเทวดาทั้งหลาย พระอินทร์ พระพรหม พญายมราช ครุฑ นาคน้ำทั้งมวล ตลอดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อันมีพระแม่ธรณีผู้เฝ้ารักษาผืนแผ่นดินแห่งนี้ เจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย ที่เฝ้ารักษาเขตละแวกนี้ วันนี้ตัวลูกชื่อ ................. ได้นำเอาลูก กุมารทอง เข้ามาอยู่ในบ้านจำนวน.......องค์มีชื่อว่า...................ลูกขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่เฝ้ารักษาผืนแผ่นดินนี้ เฝ้ารักษาบ้านหลังนี้ ขอจงเมตตาเปิดทางให้ลูกของข้าพเจ้าที่นำมาในวันนี้ เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยเถิด เพื่อที่จะได้มาช่วยลูกทำมาค้าขาย เฝ้าบ้านเฝ้าเรือน ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายรับทราบและรับรู้สิ่งที่ลูกบอกกล่าวด้วยเถิด สาธุฯ

3. เมื่อทำตามขั้นตอนที่ 2 เสร็จแล้ว ให้นำ กุมาร มาตั้งในที่ที่เหมาะสม หากบ้านมีรูปผีบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือมีห้องพระภายในบ้าน ก็ควรบอกกล่าวด้วยวาจา หรือจะบอกกล่าวโดยจุดธูปจำนวน 5 ดอก บอกรวมๆ เลยก็ได้ คล้ายๆ กับขั้นตอนที่ 2

4. การตั้งบูชา กุมาร ให้ต่ำกว่าพระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง การนำ กุมารทอง เข้าบ้านครั้งแรก ตามตำราควรหาแผ่นทองคำเปลวมาปิดบนหน้าผาก กุมาร เพื่อรับขวัญ หรืออาจหาของเล่น เครื่องเซ่นไหว้มารับขวัญก็ได้ แล้วว่าคาถาบูชา กุมารทอง ดังนี้

นะโม 3 จบ ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย และครูอาจารย์ที่ปลุกเสก กุมาร องค์นี้ แล้ว่าดังนี้
...เอหิ ตาตะ ปิยะปตตะ ปุเรถะ มะมะ ปาระมิง หะทะยัง เมถิสันเจถะ กะโรถะ วะจะนัง มะมะ...
สวดอย่างน้อย 3-5 จบ แล้วเรียกลูกๆ มารับของเซ่นด้วยวาจานุ่มนวล เสมือนพูดจาอยู่กับลูกแท้ๆ ของเราเอง ตามตำราท่านบอกว่าให้พูดเองเออเองว่า ลูกจ๋า มาอยู่กับพ่อรึยังจ๊ะ ตอบเองว่า มาแล้วครับพ่อ ถามอีกว่า ลูกมาอยู่กับพ่อแล้ว ช่วยดูแลพ่อ และช่วยหาเงินหาทองได้ไหมจ๊ะ ตอบเองว่า ได้จ้ะพ่อ ลูกจะช่วยหาเงินหาทองให้พ่อร่ำรวยเลยแหละ แล้วให้แนะนำว่าในบ้านมีใคร ชื่ออะไรบ้าง ให้ลูก กุมารทอง รู้จัก

****แต่..จริงๆ แล้วทาง ล้านนา ไม่มีคาถาบูชา กุมารทอง ครับ เราจะเคยได้ยินคาถาสากลกันว่า จิเรจุนิ เจตตะสิกัง...ฯลฯ ซึ่งใช้ได้กับ กุมาร ทุกสำนักครับ เพราะแปลออกมาแล้วเป็นข้อความที่เราพูดกับ กุมาร บูชายกย่อง กุมาร ครับ แต่คาถาข้างบนนี้อาจารย์น้อยโชคชัย ได้มาจากอาจารย์ท่านที่สอนการทำ กุมารทอง ครับ เลยเอามาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน และอีกประการหนึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ใน ล้านนา มักไม่ชอบเลี้ยง กุมารทอง เหตุเพราะเป็นผีเด็ก เรื่องมาก บางท่านที่เลี้ยงเคยเล่าให้ผมฟังว่า การเลี้ยง กุมารทอง ของเมืองเหนือจริงๆ จะพูดจาแบบน่าเกรงขาม ให้ลูก กุมาร เคารพและเชื่อฟัง พูดอ่อนโยนแสดงอาการเอ็นดูบ้างเป็นบางครั้ง แต่อย่าใจดีเกินไป เดี๋ยวจะดื้อและกำราบไม่อยู่ครับ

อ้าววว.....ถ้าไม่มีคาถาจะทำอย่างไง?? จริงๆ แล้วถ้าไม่ใช้คาถาใช้วาจาปากของเราดีที่สุดครับ ไม่ต้องไปสนใจภาษาบาลี ขนาดเรายังไม่เข้าใจความหมายเลย โบราณ ล้านนา เวลาเลี้ยงพราย เลี้ยง กุมาร ก็มักกล่าวกันด้วยวาจาเปล่าครับ คือพูดอะไรก็ได้ตามแต่ที่เราจะพูดครับ
5. บอกสัญญาไปว่า ทุกวันไหนจะถวายน้ำแดง หรือขนม หรือว่าจะถวายทุกวันพระก็ได้ อีกประการหนึ่งตำรากล่าวไว้ว่า ต้องมีน้ำเปล่า 1 แก้ว ตั้งอยู่หน้า กุมารทอง อย่างน้อย 1 แก้ว อย่าให้ขาด

** กุมารทอง ล้านนา จริงๆ จะไม่ยกผีให้สูงกว่าตน กล่าวคือจะไม่เอาอกเอาใจจนเกินไป เพราะมีความเชื่อว่า กุมาร จะเคยตัว และไม่ทำงาน บางรายเลี้ยง กุมาร ผิดๆ บูชา กุมารทอง เป็นพ่อเลยก็มี จะทำให้ กุมาร ไม่เชื่อฟังเรา หรืออาจรุนแรงที่สุดก็คืออาจทำร้ายเราได้ถ้าเราควบคุมไม่ดี

** กุมารทอง ประเภทพราย กึ่งภูตกึ่งพราย ใน ล้านนา มักนิยมเซ่นเลี้ยงก่อนวันพระ 1 วัน ซึ่งต่างจากสำนักอื่นๆที่ต้องเซ่นเลี้ยงในวันพระ แต่ กุมาร ประเภท กุมาร เทพ จะเซ่นเลี้ยงในวันพระ แต่ปัจจุบันหลวงพ่อและอาจารย์ส่วนใหญ่ มักแนะนำให้เซ่นในวันพระเพราะจะได้ไม่เป็นการยุ่งยาก จนลำบากใจเกินไป ซึ่งก็ไม่ถือว่าผิดธรรมเนียมแต่อย่างใดครับ

**ข้อนี้สำคัญที่สุดโบราณ ล้านนา เชื่อว่า กุมารทอง จะมีนิสัยใจคอเหมือนกับผู้เลี้ยง เหมือนเราเลี้ยงลูกครับ เลี้ยงให้เขาเป็นคนดี สอนให้เขาเป็นคนดี ลูกเราก็เป็นคนดีครับ แต่สอนเค้าเป็นคนไม่ดีมีความอาฆาตต่อผู้อื่น กุมารทอง ก็จะไม่ต่างอะไรไปจากอสรพิษดีๆ นั่นเองครับ บางรายอาจย้อนกลับทำร้ายเจ้าของก็มี ที่จังหวัดแพร่มีเห็นอยู่ในบางรายครับ

6. สุดท้ายหมั่นพูดคุยกับลูกๆ และหมั่นแผ่เมตตา และระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์อยู่เสมอ กุมารทอง ก็จะขลังและวิเศษยิ่งนักแลฯ

ตำรา การเลี้ยง และ บูชา กุมารทอง นี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทุกสำนักครับ ไม่จำกัดว่าเฉพาะ กุมาร สาย ล้านนา อย่าคิดมากว่าอย่างนั้นถูกอย่างนี้ผิด เหมือนเราเลี้ยงลูกคนหนึ่งนะครับ เลี้ยงบูชาด้วยใจศรัทธา ปาฏิหาริย์ก็จะบังเกิดครับ

การเลี้ยง กุมารทอง
การเลี้ยง กุมารทอง ต้องเลี้ยงแบบสม่ำเสมอ การจัดตั้งไม่ควรให้ท่านหันหน้าไปทางทิศตะวันตก หรือปลายเท้าที่นอน หรือใต้บันได อย่าไว้รวมกับพระพุทธรูป ควรไว้ต่ำกว่า หรือเอาวางไว้ข้างที่นอนของคนเลี้ยง อย่าเอาไว้บนที่สูง และอย่าเอาไว้ใกล้หิ้งพระ หรือสูงกว่าหิ้งพระ ผู้ใดจะใช้ กุมารทอง เพื่อคุ้มครองบ้านเรือน หรือช่วยเหลือกิจการ ติดต่อค้าขาย ต้องหมั่นบูชา บอกเล่าตามความปรารถนา เมื่อมีผลสำเร็จ ร่ำรวยขึ้น ก็ควรจะตอบแทนท่านโดยการซื้อสร้อยที่มีสีทอง หรือของเล่น ท่านจะพอใจมาก ต้องบอกเล่าเสมอๆ จะเกิดลาภ นอกจากนี้หากว่าบนสิ่งใดไว้ ก็ให้ตอบแทนตามสิ่งที่บนตามที่เราได้บนเอาไว้

กุมารทองพราย วัดมณีวงศ์ นครนายก กุมารทองเทพรุ่งโรจน์ เนื้อดินผสมว่าน วัดสุทธาวาส อยุธยา

ข้อห้าม กุมารทอง
1. ห้ามเลี้ยงตุ๊กตาทอง 4 องค์ มี 3 องค์ หรือ 5 องค์ขึ้นไปได้ครับ (เล็กใหญ่ไม่สำคัญ เพราะคือตุ๊กตาทองเหมือนกัน)
2. ห้ามหันหน้าตุ๊กตาทองไปทางทิศของปลายเท้า ในขณะนอน
3. ห้ามหันหน้าตุ๊กตาทองไปทางทิศตะวันตก
4. ห้ามตั้งบูชาไว้ใต้บันไดบ้าน หรือทางขึ้นลง
5. ห้ามตั้งสูงกว่าพระภายในบ้าน (แนะนำชั้นล่างสุดของบ้าน)
6. ไม่ควรตั้งรวมกับหิ้งพระ ควรจะแยกหิ้งต่างหาก
*ข้อนี้สำคัญสุด ห้ามด่าบิดา-มารดา-ครูบาอาจารย์ผู้อื่นและของตัวเอง และห้ามใช้ กุมาร ไปในทางที่ผิดศีลธรรม

( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 1082 เดือนตุลาคม 2554 : การเลี้ยง และ บูชา กุมารทอง ฉบับ ล้านนา ภาพและเรื่องโดย สุนันท์ เร้าปิติวงษ์กุล )

ลิขสิทธิ์  2011 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์ บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียน เพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2011. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2011 เวลา 20:06 น. )