ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Thursday
Sep 09th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก เครื่องราง ของขลัง นางกวักลูกสาวปู่เจ้าเขาเขียว

นางกวักลูกสาวปู่เจ้าเขาเขียว

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและเรื่องโดย..บรรลุ โกเมน

นางกวักบูชาหล่อด้วยโลหะ ที่นิยมสร้างกันมาก“เชื่อกันว่านางกวักเป็นต้นแบบการกวักในเครื่องรางสากล แม้แต่เจ้าแมวกวักที่กำลังแหกตาขายกันแบบไฮเทค ก็เพิ่งมีมาหลังนางกวักของไทยเราอยู่ดี...”

เชื่อว่านักเลงพระ นักเลงเครื่องราง ส่วนใหญ่รู้จักเครื่องรางที่ทำเป็นรูปผู้หญิง แต่งตัวชุดไทยโบราณ นั่งพับเพียบบนตั่ง มือซ้ายถือถุงเงินวางไว้ที่ขา มือขวายกขึ้นในลักษณะการกวัก ที่เรียกกันติดปากว่า “นางกวัก” ในกัมพูชาเขาบอกว่า นางกวักของเขาใช้หนังปลายงวงช้างที่ล้มแล้ว นำมาตากแห้งขูดให้บาง เอาสีเขียนรูปผู้หญิงนั่งพับเพียบกวักมือ ปลุกเสกแล้วเอาติดตัวไปในเวลาค้าขาย จะขายดิบขายดีไม่นานก็รวยได้ แต่ไทยเราบอกว่า นางกวักต้องทำเป็นรูปเคารพ หลากหลายเนื้อ หลายลักษณะ จึงจะถูกโฉลกในการค้าขาย หลายคนอาจจะสงสัยว่า นางกวักมีความเป็นมาอย่างไร ผู้เขียนจึงขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ดังที่ตำนานได้ระบุไว้ว่า

ในยุคแห่งรามเกียรติ์ จับความว่า เมื่อพระรามได้รบกับท้าวอุณาราช เจ้าเมืองสิงขร ที่อยู่ติดกับลพบุรี พญายักษ์ตนนี้มีความคงทนต่ออาวุธทั้งปวง ด้วยได้รับพรจากพระอิศวร พระรามแผลงศรอะไรออกไปถูกพญายักษ์ก็ไม่ตาย จนที่สุดโหราพระยาพิเภกจึงถวายคำแนะนำว่า ท้าวอุณาราชแม้จะคงทนต่อศรของพระรามแต่ก็แพ้ต้นกก หากพระรามจะอธิษฐานฤทธิ์แห่งรามาวตราทำให้ต้นกกเป็นพระแสงศร แล้วแผลงไปถูกพระยาอุณาราช แม้ไม่ถึงแก่ความตายก็จะไปไหนไม่ได้

พระรามจึงใช้ศรต้นกกยิงถูกพระยาอุณาราชที่สีข้าง พระยาอุณาราชหนีเข้าไปอยู่ในถ้ำที่เขาวงพระจันทร์ พระรามจึงยิงศรไปปิดปากถ้ำป้องกันพระยาอุณาราชออกมากินมนุษย์ แต่นั้นมาท้าวอุณาราชก็มีนามใหม่ว่า “ท้าวกกขนาบ” (มีศรที่ทำจากต้นกกตรึงไว้)

ตำนานยังบอกอีกว่า ศรต้นกกหากถูกน้ำส้มจะถอนออก ดังนั้น เมื่อศรมีอาการเขยื้อน ไก่เนรมิตก็จะส่งเสียงขันบอกเหตุ ครานั้น คำแหงหนุมานก็จะเหาะมาเอาฆ้อนตอกศรต้นกกให้กลับติดแน่นเหมือนเดิม

ท้าวกกขนาบมีลูกสาวคนหนึ่งนามว่า “นางประจันทร์เทวี” ได้ทราบข่าวว่าบิดาตนถูกศรพระรามก็พยายามช่วย ปลอมตัวเป็นคนธรรมดาไปเที่ยวได้หาซื้อน้ำส้มสายชูเอามาเทราดที่สีข้างของท้าวกกขนาบ แต่คำแหงหนุมานก็มาตอกศรทุกครั้ง ว่ากันว่า หากศรเขยื้อนแล้วคำแหงหนุมานมาตอกศร จะเกิดไฟไหม้ใหญ่ในเมืองลพบุรี

เมื่อนางหมดหนทางช่วยบิดา จึงได้มาเที่ยวได้หาใยบัวมาทอเป็นผ้าไว้ถวายพระศรีอาริย์ เมื่อเสด็จมาตรัสรู้ เพื่อขอพรให้ลูกศรหลุดออกจากตัวท้าวกกขนาบ เป็นตำนานว่าใครถึงที่ตายก็จะพบนางประจันทร์เทวีมาปรากฏกายล่อให้ตามไปที่ปากถ้ำในเขาวงพระจันทร์ ท้าวกกขนาบก็จะแลบลิ้นออกมาตวัดเอาไปกิน จนต้องเอาหินมาปิดปากถ้ำเป็นการถาวร

ปู่เจ้าเขาเขียว เป็นสหายกับท้าวกกขนาบ สงสารเพื่อน ตลอดจนมีลูกสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับนางประจันทร์เทวี ชื่อ “กะวักกะเทวี” หรือที่เรียกกันว่า “นางกวัก” ได้ให้นางกวักมาอยู่เป็นเพื่อนกับนางประจันทร์เทวี มีหน้าที่ลงจากเขาวงพระจันทร์มาแสวงหาเสบียงกับน้ำส้มสายชูแทนนางประจันทร์เทวี ที่ชาวเมืองเกลียดชัง ทำให้ชาวเมืองพากันรักใคร่นางเป็นอย่างยิ่ง

ต่อมานางก็มิได้ลงมายังมนุษย์โลกอีก ชาวบ้านจึงสร้างรูปเคารพของนางกวักเป็นรูปสตรีสวมชุดไทยโบราณนั่งพับเพียบ ยกมือขวาขึ้นกวัก แทนตัวนาง ถือว่าจะทำมาค้าขึ้นสืบต่อมาจนทุกวันนี้ เชื่อกันว่าที่ใดมีแม่นางกวักประจำอยู่จะเกิดลาภผลพูนทวี ทำมาค้าขายดี จะเจรจาสิ่งใดกับผู้ใดมีนางกวักติดตัวไปด้วยก็จะเกิดเมตตามหานิยมทุกด้านดียิ่ง จึงเกิดเป็นตำนานการสร้างนางกวักขึ้น

รูปนางกวักเทวีแห่งโชคลาภ จะทำเป็นสตรีผมยาวหน้าตาสวยคม มีเทริดเป็นเครื่องประดับศีรษะ มีกรรเจียกจอนงดงาม นุ่งผ้าถุงยกลายดอก สไบยกลายดอกพิกุล มีรัดแขนกับสร้อยสังวาล ทั้งยังยกมือขวาขึ้นเสมออก ปลายนิ้วงอในลักษณะการกวักเรียก มือซ้ายถือถุงเงิน หรือไม่ก็วางไว้ที่พื้นข้างตัว

จะเห็นได้จากเทวรูปสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีคู่มากับแม่พระโพสพ ผิดกันที่ว่าหากเป็นแม่พระโพสพ มือขวาจะกำรวงข้าววางไว้บนขาขวา มือซ้ายวางไว้ข้างตัวไม่มีถุงเงิน นอกจากจะหล่อมีใบหน้าในตัวแล้วยังหล่อไม่มีหน้า แต่ใช้แป้งผสมผงปูนพอกแต่งให้งดงาม จึงเขียนด้วยสีเป็นใบหน้าเรียกว่า หน้าแป้ง

เชื่อกันว่าหากบูชาแม่นางกวักคู่กับแม่พระโพสพจะทำมาค้าขึ้นอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ทำมาค้าขายดี มีลาภผลสมความปรารถนาทุกประการ

เหรียญนางกวัก หลวงพ่อเส็ง วัดประจันตคามเหรียญนางกวัก หลวงพ่อเส็ง วัดประจันตคาม

ตำนานเรื่องนางกวักและนางประจันทร์เทวี เลือนหายไปจากความทรงจำของชาวลพบุรีมาหลายชั่วอายุคน เพราะความเจริญทางวัตถุเข้ามาครอบงำ ทว่าเขาวงพระจันทร์และตำนานแห่งสองเทวียังคงอยู่ท้าทายความเชื่อถือของคนยุคต่อมาจนถึงปัจจุบัน การสร้างแม่นางกวักมีหลายรูปแบบ เช่น เขียนสีลงไปบนแผ่นผ้า เขียนภาพด้วยดินสอดำในผ้าขาว เคยพบสมุดข่อยโบราณย้อนยุคไปถึงกรุงศรีอยุธยา มียันต์ดอกบัวบาน ตรงกลางเป็นรูปนางกวัก แสดงให้เห็นว่าความเชื่อถือเรื่องแม่นางกวักมีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จนมาถึงกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์

พ่อค้าแม่ขายนิยมบูชาแม่นางกวักกันเป็นพื้น โดยเชื่อว่าสามารถกวักลาภคือลูกค้าเข้าร้านด้วยเสน่ห์แห่งแม่นางกวัก และแน่นอนว่าเป็นกำลังใจอย่างดียิ่งในการทำมาค้าขายมาทุกยุคทุกสมัย โบราณาจารย์ท่านมักลงอักขระกำกับแม่นางกวักด้วยคาถาต่างๆ ดังนี้

นะ ชา ลี ติ อันเป็นหัวใจพระสิวลีหรือพระฉิมพาลี

เอหิ มา มา คาถาพระพุทธเจ้ากวักเรียกพระสาวก

อุ อา กะ สะ อันเป็นหัวใจเศรษฐี

ส่วนคาถาอื่นก็แล้วแต่พระเกจิอาจารย์เจ้าท่านจะนำมาใส่ตามตำรับที่ท่านได้เล่าเรียนมาจากแต่ละสำนัก ทว่าวัตถุประสงค์การสร้างก็เป็นอย่างเดียวกัน คือ ให้เกิดลาภผลพูนทวีกับผู้ที่ได้มาไว้บูชานั่นเอง เชื่อกันว่าหากบูชาแม่นางกวักด้วยพวงมาลัยดอกมะลิแขวนที่มือขวา ถวายอาหารคาวหวานและน้ำ จะทำให้แม่นางกวักเฮี้ยน บางคนแถมหมากพลูยาเส้นเข้าไปด้วย คล้ายกับบูชาปู่ย่าตายายของตนเองจะทำมาค้าขายคล่อง

การบูชาแม่นางกวัก ก็ให้บูชาด้วยคาถาว่า “นะชาลีติประสิทธิลาภา เอหิมามา อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ อุอากะสะ นะมะพะทะ กะวักกะเทวีขายดีค้าดีเป็นเศรษฐีเร็ววัน” แต่ที่ได้ค้นมาจากตำราเดิมที่เป็นตำรานางกวักที่แพร่หลาย และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป เรียกกันว่าฉบับฤาษี ก็คือ “โอมปู่เจ้าเขาเขียว มีลูกสาวนางเดียวชื่อนางกวัก ชายเห็นชายหลงรัก หญิงเห็นต่างพากันทักถ้วนทั่วทุกทั่วหน้า กูแต่งสำเภาไปค้าหัวแหวนขายได้วันละแสนทะนาน กูแต่งสำเภาไปค้าทองก็ขายได้วันละสองลำสำเภา กูจะค้าขายกิจการใดก็ให้ได้โดยคล่องๆ กูจะค้าของสารพัดก็ให้ได้เงินเต็มหาบ สามเดือนเป็นเศรษฐี สามปีเป็นมหาเศรษฐี พระฤาษีเป็นเจ้าประสิทธิให้กับกูผู้เดียว สวาหะ สวาหับ สวาโหม สัพพะสัมปะติด สวาหะ”

หลวงพ่อแจ๋ วัดโพธิเฉลิมรักษ์ บางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา ผู้สร้างเหรียญนางกวักที่ลือลั่นสนั่นเมืองก่อนจะประสิทธินางกวักให้ผู้มาขอท่านก็บอกว่า

“นางกวักของฉันท่านชอบคนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส จะค้าจะขายก็ให้พูดจาให้หวานหู ยิ้มเข้าไว้จิตใจเบิกบาน อย่าหน้าเง้าหน้างอ อย่าต่อคำลูกค้า ทำได้อย่างฉันว่าไม่นานก็เป็นเศรษฐี”

ส่วนหลวงพ่อเส็ง วัดประจันตคาม ผู้สร้างเหรียญนางกวักโด่งดัง ท่านก็บอกกับผู้ที่ไปหาท่านเพื่อขอเหรียญนางกวัก ท่านบอกว่า “เหรียญฉันช่วยอะไรไม่ได้หากผู้ใช้ปากร้าย ไม่เอาใจลูกค้า ค้าขายเกินราคา อย่าเอาไปดีกว่าช่วยอะไรไม่ได้หรอกโยม”

สรุปแล้วก็คือ ต้องค้าขายด้วยใจอันเบิกบานหน้าตายิ้มแย้ม ราคายุติธรรม ขายแต่ของดีๆ มีคุณภาพ หาไม่แล้วแม้มีนางกวักบูชาไว้ทั่วร้านก็ช่วยอะไรไม่ได้ กลับจะกลายเป็นไล่ลูกค้าออกจากร้านเสียด้วยซ้ำ

( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 911 เดือนกันยายน 2547 : เครื่องรางน่ารู้ โลกแห่งเครื่องรางไทย : นางกวักลูกสาวปู่เจ้าเขาเขียว โดย..บรรลุ โกเมน )

ลิขสิทธิ์ © 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010.  Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2010 เวลา 13:59 น. )