ภาพและเรื่อง โดย.. ศรีสมุทร
พระกำแพงเม็ดขนุน เป็นพระลีลาแบบหนึ่งในหลายๆ แบบ เป็นพระที่ได้รับความนิยมสูงกว่าพระลีลาอื่นๆ จัดเป็นชุดเบญจภาคีชุดหลัก เป็นพระที่ได้รับความนิยมเชื่อถือ ศรัทธามากว่าร้อยปีแล้ว และเป็นพระต้นแบบของพระลีลา ในลักษณะของพระกำแพงเขย่ง
ความนิยมนี้มีอิทธิพลออกไปอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งพระลีลาเมืองอื่นๆ ก็พากันเรียกชื่อรวมว่า พระกำแพงเขย่ง ซึ่งก็มาจากพระกำแพงเม็ดขนุนนี่เอง ในสมัยก่อนถ้าเมืองใดมีพระลีลาขึ้นกรุมาก็จะเรียกว่าพระกำแพงเขย่ง ซึ่งแสดงถึงอิทธิพลในด้านความนิยมของพระกำแพงเม็ดขนุนมีมานานมากแล้ว
พระกำแพงเม็ดขนุน จะปรากฏ แก่ สายตาของคนทั่วไปนานเท่าไหร่ไม่อาจทราบได้ แต่ที่ยอมรับกันทั่วไปก็เมื่อคราวสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) ได้ไปพบในเจดีย์วัดพระบรมธาตุฯ ฝั่งนครชุม กำแพงเพชร ซึ่งกว่าร้อยปีมาแล้ว ในสมัยนั้นคงยังไม่มีใครเรียกว่าพระกำแพงเม็ดขนุน คงจะเรียกว่าพระกำแพงเขย่ง จึงติดปากคำว่าพระกำแพงเขย่ง กันเรื่อยมา และที่มามุ่งอยู่ที่พระพิมพ์กำแพงเม็ดขนุน ก็คงจะเป็นเพราะว่า พระพิมพ์นี้มีความสมบูรณ์ในตัวเองในทุกๆ ด้าน จึงได้รับความสนใจและนิยมกว่าพระลีลาพิมพ์อื่นๆ
พระกำแพงเม็ดขนุน พบต่อมาจนถึงประมาณ ปี 2510? หรือหลังเล็กน้อย หลังจากนั้นข่าวคราวก็เงียบหายไป การพบในระยะหลังแม้จะพบกรุได้ครั้งละหลายองค์ แต่ทั้งเนื้อและพิมพ์แตกต่างจากของที่พบเดิมที่เป็นพิมพ์นิยมมาก่อน
พระที่พบภายหลังนี้อาจจะเป็นได้ทั้งการสร้างเลียนแบบในสมัยต่อมา เกจิอาจารย์เก่าๆ สร้างไว้ พระที่ตกค้าง หรือผียัดกรุ ฯลฯ ซึ่งเป็นไปได้ทุกอย่าง เพราะไม่มีใครรู้ ไม่มีหลักฐาน จึงไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ จึงขึ้นอยู่กับวิจารณ-ญาณของแต่ละบุคคล
พระกำแพงเม็ดขนุน ทางด้านฝั่งจังหวัดเคยมีพบแห่งเดียวที่วัดป่ามืด แต่เป็นพระพิมพ์ใหญ่กว่าพิมพ์นิยม ส่วนศิลปะ รูปทรง คล้ายคลึงกันมากเพียงแต่ขนาดใหญ่กว่า และเนื้อหยาบกว่า มวลสารแตกต่างกันออกไป แต่ถ้าพิจารณาดูศิลปะและความเก่าแล้วถือได้ว่าเป็นพระร่วมสมัย หรือมิฉะนั้นก็ใกล้เคียงกัน
ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้วคิดว่า ถ้าไม่มีพระกำแพงเม็ดขนุนพิมพ์ที่นิยมกันแล้ว พระกำแพงเม็ดขนุน กรุวัดป่ามืด น่าจะใช้แทนกันได้แม้จะใหญ่กว่าเล็กน้อย และคิดว่าน่าจะให้ความสนใจมากกว่าพระพิมพ์กำแพงเม็ดขนุน ที่ไม่ใช่พิมพ์นิยมอื่นๆ จากกรุต่างๆ ที่คนในวงการไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร ทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้หมายถึง พระกำแพงเม็ดขนุนชนิดดินผสมว่านเท่านั้น ส่วนพระกำแพงเม็ดขนุนเนื้อชิน มีพบทั้ง 2 ฝั่ง ครั้งที่พบมาก ได้แก่ กรุวัดอาวาสน้อย ฝั่งจังหวัด ได้พระสวยและมีมากพอควร
พระกำแพงเม็ดขนุน เนื้อดินผสมว่าน พิมพ์นิยมและเป็นมาตรฐาน พบเฉพาะทางฝั่งทุ่งหรือฝั่งนครชุมเท่านั้น เป็นศิลปะสุโขทัย และน่าจะสร้างในสมัยพระเจ้าลิไทสมัยเดียว
พระกำแพงเม็ดขนุน เนื้อชิน เท่าที่พบส่วนใหญ่จะเป็นชินเงิน พระชินสนิมแดง อาจจะมีบ้างแต่ไม่มากนัก พระชินสนิมแดงจะว่าไม่มีคงไม่ได้ เพราะธรรมชาติของการหลอมละลายโลหะหลายๆ ชนิดผสมกัน น้ำหนักและลักษณะประจำของโลหะแต่ละชนิดแตกต่างกัน โลหะบางชนิดอาจตกตะกอนอยู่ข้างล่าง การเทพิมพ์ซึ่งอาจมีส่วนโลหะไม่เหมือนกันทุกองค์ สำหรับการเทองค์แรกๆ กับองค์ท้ายๆ จึงเชื่อได้ว่าน่าจะมีสนิมแดง ทั้งแดงแบบสนิมไข และแดงแบบคราบเป็นแผ่นตามผิว
พระกำแพงเม็ดขนุน เนื้อชิน เคยพบทั้งฝั่งทุ่งและฝั่งจังหวัด พระทางฝั่งทุ่งผิวจะมันและมักจะดำหมดแล้ว และมักจะหนากว่าฝั่งจังหวัด เพราะพระทางฝั่งทุ่งมักจะพบปนอยู่กับพระอื่นหรือจมอยู่ในดินหรือซากอิฐ เมื่อคราวไล่ๆ กับพระกำแพงท่ามะปรางค์ ขึ้นทางฝั่งจังหวัด ก็มีพระกำแพงเม็ดขนุน ชินเงิน ขึ้นทางฝั่งจังหวัดด้วย เช่นที่วัดอาวาสน้อย ได้มาจำนวนหนึ่งแต่ก็ไม่มากนัก พระที่ได้นี้จะบาง ตะกรันดีบุกขาวโพลน พอถูกเหงื่อแล้วจะดำ ถ้าคนไม่เคยเล่นมาก่อนจะดูว่าของปลอม
แต่ต่อมาก็มีของปลอมตามออกมา ทั้งชนิดแบบขาว แต่เป็นขาวปรอท บางทีก็ขาวปนดำ กระดำกระด่าง ส่วนขาวเป็นขาวปรอทติดเป็นแผ่นๆ ส่วนดำเกิดจากน้ำกรดกัดผิวเป็นขุย บางองค์ทำเนื้อดี ผิวดี? แต่ผิดพิมพ์ บางองค์ก็ขนาดไม่ได้ บางองค์ก็ผิดที่ฐาน เพราะพระลีลาของกำแพงเพชรแต่ละแบบฐานก็เป็นคนละอย่าง เช่น พระกำแพงพลูจีบ พระกำแพงกลีบบัว พระกำแพงขาว และพระกำแพงฝักดาบ เป็นต้น
ฐานเป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งที่จะชี้ชัดว่าเป็นพิมพ์อะไร เมื่อฐานผิดข้างบนใกล้เคียงก็เลยตั้งชื่อใหม่รวมเป็นพระ 2 พิมพ์ในองค์เดียว เช่น พระกำแพงเม็ดขนุนกลีบจำปา ชินเงิน เป็นต้น
พระเนื้อว่าน, ว่านหน้าเงิน, ว่านหน้าทอง พระเนื้อว่านล้วน ส่วนใหญ่จะไม่สวยเห็นรูปจางๆ สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้คือ เป็นพระว่านหน้าเงินหรือหน้าทอง แต่ตัวหน้าหายไป
สีว่าน เท่าที่เคยเห็นเป็นเนื้อผสมระหว่าง สีแดงกับเหลือง จะออกเป็นสีน้ำตาลคล้ำๆ ไม่ใช่สีมะขามเปียก ส่วนหน้าเงินกับหน้าทองมีน้อย แต่ของปลอมมาก
สำหรับหน้าเงิน ยอมรับว่าไม่เคยเห็น แต่คนเก่าๆ ยืนยันว่ามีแน่นอน เคยเห็นแต่ของปลอม
ส่วนว่านหน้าทองนั้นเคยเห็น ของปลอมมีมากกว่าของจริง แต่ถ้าสังเกตและศึกษาเนื้อทองแล้วก็พอดูออกแม้ไม่เคยเห็นของจริง เพราะของปลอมผิวจะตึงไม่ค่อยมีรอยย่น รอยพับ เช่นของจริง นอกจากนี้ผิวก็แตกต่างกัน ผิวของ จริงทำจากสมัยก่อนเครื่องอุปกรณ์ยังไม่ดีจึงไม่เรียบเป็นกระดาษเท่าของปลอม ทองก็เช่นเดียวกัน ของจริงเป็นทองไล่ขี้ ไม่ผสมสีเหลืองสดใส ช่างทองเห็นก็รู้ว่าเป็นทองสมัยเก่า, บริสุทธิ์ ของปลอมส่วนใหญ่สีจะอ่อนกว่า ไม่สุกเท่า หรือมิฉะนั้นสีออกสีแดงจากน้ำประสานทอง
พระกำแพงเม็ดขนุน แต่เดิมมามีคุณค่าได้รับความนิยมสูงสุด ในจำนวนพระเครื่องของเมืองกำแพงเพชร สูงค่ากว่าพระกำแพงซุ้มกอมีกนกพิมพ์ใหญ่ แต่ต่อมาความนิยมพระกำแพงซุ้มกอมีกนกพิมพ์ใหญ่สูงขึ้นเรื่อยจนแซงหน้าไปมากจนถึงปัจจุบัน ทั้งยังแซงพระชุดเบญจภาคีอื่นไปต่อท้ายเพียงพระสมเด็จวัดระฆังเท่านั้น
ถ้าจะถามว่า ถ้าอย่างนั้นแล้วพระกำแพงเม็ดขนุนพิมพ์ไหนจึงถือว่านิยมสูงสุด ก็ยังขอเรียนว่าให้ยึดความนิยมของคนสมัยเก่าไว้ก่อนคือพิมพ์ที่ เตะรักบี้ นั่นแหละ อย่างไรก็ไม่มีข้อโต้แย้ง ส่วนใครจะนิยมพิมพ์ไหนอีกก็แล้วแต่ใจชอบของแต่ละคน
พระกำแพงเม็ดขนุนมีของปลอม มาเป็นสิบๆ ปี ที่มีมากก็คงจะเป็นรุ่นที่สร้างจากนครสวรรค์ เมื่อกว่า 10 ปีมาแล้ว เพราะเป็นพระที่มีจำนวนมาก ฝีมือจัดทั้งเนื้อและพิมพ์ และยิ่งอายุนานๆ เข้า คราบไฟหมดไปยิ่งใกล้ของจริงขึ้นทุกที คนที่ไม่เคยเห็นบ่อยๆ ทึกทักเอาเป็นของจริงไปก็มากแล้ว
แต่ถ้าหากสังเกตพิมพ์หรือเปรียบกับของจริงจะทำให้ดูง่ายขึ้น เพราะของปลอมนั้นจะหดเล็กกว่าของจริง ทั้งบางองค์ยังงอ คด บิด พระกรุความจริงไม่อยากให้ดูตำหนิ เพราะไม่รู้ว่ามีกี่พิมพ์แน่ สร้างกี่วัด กี่หน แต่เพื่อความไม่ประมาท เพราะคุณค่าสูง ก็ยึดพิมพ์ที่ดูง่ายไว้ก่อน จะได้ไม่เสียใจภายหลัง ทั้งยังเป็นพระที่ขึ้นไม่มากกรุเช่นพระพิมพ์อื่นๆ
พระกำแพงเม็ดขนุน นอกจากของปลอมจะทยอยออกมาเรื่อยๆ แล้วยังมีเกจิอาจารย์สร้างล้อแบบไว้มากมาย โดยเฉพาะที่สร้างโดยใช้ดินเก่าผสมที่กำแพงเพชรเอง พระพอมีอายุสักหน่อยก็จะเห็นความเก่าทันที ถ้าเป็นจังหวัดอื่นทำก็จะเห็นความแตกต่างได้ง่าย และที่สำคัญต้องระวังให้มากคือ พระผียัดกรุ ซึ่งจะโรยฝุ่นดินไว้เป็นคราบ เมื่อฝังไว้นานๆ ก็เนื้อจัด ผิวดีขึ้นไม่มีคราบไฟ
ยิ่งเอามาอบเนย ทำคราบเข้าด้วยแล้วจะเห็นคราบเก่าทันที จึงต้องจำเนื้อ, ผิว และพิมพ์ไว้ให้ดี เพราะพระกำแพงเม็ดขนุนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ถ้าเนื้อและผิวไปเหมือนพระอย่างอื่นต้องระวังให้มาก ส่วนจะว่ากันเป็นพระยุคหลังก็ดี พระเกจิอาจารย์ที่สร้างไว้เก่าก็ดี ก็ขึ้นอยู่กับความพอใจ ถ้าราคาค่างวดสูงนักก็หาพระกำแพงพิมพ์อื่นแทนดีกว่า
( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 838 เดือนกันยายน 2544 : พระกำแพงเม็ดขนุน โดยศรีสมุทร )
ลิขสิทธิ์ 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.
Copyright Bangkoksarn Publishing 2010. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.





แสดงความคิดเห็น