ภาพและเรื่องโดย...ประจำ อู่อรุณ
พระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆังโฆสิตาราม นอกจากท่านได้ทำพระแจกที่วัดระฆังโฆสิตารามแล้ว ท่านก็ยังได้พระสมเด็จอีกส่วนหนึ่งบรรจุลงในพระเจดีย์ของวัดใหม่อมตรส(บางขุนพรหม) เป็นจำนวนมาก แต่จำนวนที่แท้จริงนั้นไม่มีใครทราบได้แน่นอน เป็นเพียงสันนิษฐานกันไปว่าน่าจะประมาณ 84,000 องค์ ข้อเท็จจริงจะมากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ไม่มีใครรู้ พิมพ์พระสมเด็จของกรุวัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) นั้นเท่าที่พบเมื่อครั้งเปิดองค์พระเจดีย์ เมื่อปี 2500 ปรากฏว่ามีพระพิมพ์แปลกอยู่หลายพิมพ์ด้วยกัน คือ
- พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่
- พระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์
- พระสมเด็จ พิมพ์เส้นด้าย
- พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม
- พระสมเด็จ พิมพ์เกศบัวตูม
- พระสมเด็จ พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์มีหูชิด
- พระสมเด็จ พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์มีหูห่าง
- พระสมเด็จ พิมพ์อกครุฑ เศียรบาตร
- พระสมเด็จ พิมพ์ปรกโพธิ์
- พระสมเด็จ พิมพ์ไสยาสน์ (นอน)
- พระสมเด็จ พิมพ์ 7 ชั้น แบบเดียวกับวัดเกศไชโย
- พระสมเด็จอกครุฑ เศียรบาตร พิมพ์เล็ก (พิมพ์ว่าวจุฬา)
พระสมเด็จ พิมพ์หมายเลข 9-10-11-12 เป็นพระที่หาชมได้ยากมาก พระจำนวนขณะที่ออกจากกรุมีจำนวนน้อย ฉะนั้นจึงหาชมได้ยากมาก มีคนรู้จักน้อยเหลือเกิน บางคนที่เป็นนักเล่นรุ่นใหม่อาจจะไม่ค่อยเชื่อเสียด้วยซ้ำไป แต่ก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริง เพราะเป็นสิ่งที่ได้มาจากสถานที่เดียวกัน และมีเนื้อทั้งคราบกรุก็เก่าเหมือนกัน เช่นเดียวกับพระสมเด็จ สิ่งนี้แหละที่ทำให้เราปฏิเสธไม่ได้ ส่วนเรื่องราคากับค่านิยมนั้นก็ว่ากันไปตามสภาพของแต่ละสังคมที่จะนิยมเล่นกัน
วัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม)
สมัยก่อนปี 2500 พระสมเด็จกรุวัดใหม่อมตรส เขามักจะเรียกกันว่า พระบางขุนพรหม กรุเก่า และหลังจากปี 2500 มาแล้วเขามักจะเรียกกันว่า พระกรุใหม่ แต่เมื่อสรุปความจริงแล้ว ทั้งพระกรุเก่าและพระกรุใหม่ก็เป็นพระสมเด็จเหมือนกัน บรรจุอยู่ในพระเจดีย์องค์เดียวกัน พระพิมพ์เดียวกัน เนื้อมีความเก่าเหมือนกัน คราบกรุเหมือนกัน แต่ระยะเวลาที่ได้ขึ้นมานั้นอาจแตกต่างกันไป พระส่วนที่ได้มาก่อนได้ถูกอากาศเย็นและร้อน ถูกการสัมผัสจากสิ่งต่างๆ ก็ทำให้เนื้อของพระหนึกนุ่มกว่าพระกรุใหม่ ส่วนพระสมเด็จกรุใหม่ก็คือพระสมเด็จเก่าที่ยังเหลืออยู่ในองค์พระเจดีย์ส่วนลึกและได้ถูกเปิดออกมาเมื่อปี พ.ศ.2500 เพราะได้เปิดเป็นทางการและทางวัดได้เอาออกให้ประชาชนได้เช่าเอาไปสักการบูชา พระส่วนหนึ่งที่อยู่ด้านบนก็มักไม่ค่อย มีคราบกรุติด แต่พระที่อยู่ด้านล่างมักจะมีคราบกรุติดมาก แต่มาสมัยนี้ทั้งพระกรุเก่าและกรุใหม่เมื่อถูกใช้แล้วเนื้อเหมือนกันหมดจนแยกกันไม่ออก นอกจากจากว่ายังเห็นมีตราน้ำหนักอยู่ด้านหลังเท่านั้น ความจริงจะเป็นพระกรุเก่าหรือว่าพระกรุใหม่ก็คือพระของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เหมือนกันทั้งสิ้น
พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ กรุวัดใหม่อมตรส กรุงเทพ
พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ กรุวัดใหม่อมตรส กรุงเทพ
พระสมเด็จ กรุวัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) เท่าที่พบหลักฐานจากของจริงคือ เนื้อพระส่วนมากเนื้อจะแข็งแกร่งละเอียดเป็นส่วนมาก ถ้าถูกใช้มาด้วยแล้วเนื้อจะยิ่งละเอียดและหนึกนุ่ม เนื้อจะออกสีน้ำตาลอ่อนเป็นจุดๆ ผิวของพระถ้ายังไม่ถูกใช้ให้สึกไปจากสภาพเดิม จะสังเกตเห็นผิวของพระเป็นเกล็ดๆ โดยทั่วไป หรือจะเรียกว่าความเหนอะ มาจากแม่พิมพ์ก็อาจเป็นได้ และประกอบกับความแห้งแกร่งของพระที่อยู่ในกรุมานานจึงมีสภาพเป็นอย่างนั้นก็อาจเป็นได้ แต่ก็อาจตรงกันข้ามก็ได้เมื่อมีพระบางองค์เมื่อถูกใช้พอช้ำๆ เนื้อของพระจะเหมือนกับพระสมเด็จของวัดระฆังทุกประการ สิ่งนี้แหละที่ผมเองก็ขอฝากเอาไว้ให้คิดกันเป็นการบ้านต่อๆ ไปว่า พระสมเด็จพิมพ์ต่างๆ อีกหลายพิมพ์ที่ว่าเป็นพระบางขุนพรหม อาจจะเป็นพระที่ทำแจกออกจากวัดระฆัง จะเป็นไปได้ไหม?
ข้อควรจำสำหรับนักเล่นพระที่จะต้องฝึกหัดให้เคยชินก็คือ พยายามจดจำพระแต่ละพิมพ์ ศิลปะของพระแต่ละองค์แต่ละพิมพ์ที่เราต้องการจะดูให้เป็น ให้ได้แม่นยำเสียก่อน อย่างเช่น พระสมเด็จของกรุวัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) นี้มีทั้งหมดกี่พิมพ์ แต่ละพิมพ์มีแยกออกกี่ประเภท แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร ต้องพยายามหาข้อแตกต่างเอามาเปรียบกันให้ได้
( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 984 เดือนตุลาคม 2550 : พระสมเด็จบางขุนพรหม วัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) ภาพและเรื่องโดย...ประจำ อู่อรุณ )
ลิขสิทธิ์ © 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.
Copyright Bangkoksarn Publishing 2010. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.





แสดงความคิดเห็น