ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Wednesday
Mar 10th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระกรุ

พระกรุ

พระมเหศวร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ( ตอนที่ 2 จบ )

พระมเหศวร ( พิมพ์ใหญ่พิเศษ )“พระมเหศวร” เป็นพระเนื้อชินเงิน  ตามที่วงการพระเรียกขานกัน  เนื้อในขาวผ่องคล้ายสีเงิน  อันเป็นลักษณะที่แท้จริงของพระวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  สุพรรณบุรี  และคงเป็นเช่นเดียวกับเนื้อพระทางเมืองเหนือด้วย  ตามทางสันนิษฐานของการสร้างพระสมัยโน้น  นำเอาโลหะต่างๆ  มาผสมกัน คือ ดีบุก  เงิน  ตะกั่ว  ปรอท  และน้ำประสาน  หลอมผสมรวมกัน  เรียกว่า  “ปัญจโลหะ”  หรือ  โลหะทั้งห้า


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2010 เวลา 10:04 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

พระปรุหนัง ยอดพระดัง แห่งเมืองอโยธยา

พระปรุหนัง ยอดพระดัง แห่งเมืองอโยธยา

ข้อมูลจำเพาะ : พระปรุหนัง  อโยธยา

พระปรุหนัง : ยอดพระดังเมืองอโยธยา  เป็นพระพิมพ์แบบฉลุ  มีลวดลายเครือเถา และลวดลายกนกเปลว
สถานที่ค้นพบ : แตกกรุครั้งแรก  ราวปี พ.ศ.2450  ณ วัดพุทไธสวรรค์  และวัดทั่วๆ ไป  ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
: แตกกรุอีกครั้ง  เมื่อประมาณปี พ.ศ.2495  ที่กรุวัดพระศรีสรรเพชญ์กับกรุวัดมหาธาตุ  ซึ่งอยู่ติดกับวัดราชบูรณะ  มีจำนวนไม่มาก  พบทั้งชำรุดและสมบูรณ์แบบคละเคล้ากันไป  เนื่องด้วยกรุมีความชื้นสูง  ทำให้พระปรุหนังขาดความสมบูรณ์
: แตกกรุต่อมาหลายครั้งหลายหน  และหลายวัด  เมื่อประมาณปี พ.ศ.2500 เช่นที่  วัดราชบูรณะและวัดชนะสงคราม  ทั้งที่เปิดกรุอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ (คือขโมยขุด)
: ครั้งสุดท้าย  แตกกรุที่วัดปราสาท  เมื่อประมาณปี พ.ศ.2506


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2010 เวลา 10:05 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

พระมเหศวร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ( ตอนที่ 1 )

พระมเหศวร (พิมพ์เล็ก) พระมเหศวร (พิมพ์เล็ก)

จังหวัดสุพรรณบุรี  เป็นจังหวัดหนึ่งทางภูมิภาคตะวันตก  เป็นเมืองโบราณมาตั้งแต่สมัยอู่ทองเป็นราชธานี  แต่ก็ยังอยู่ในอาณัติของกรุงสุโขทัย  เมื่อ พ.ศ.1873  เมืองทวายและตะนาวศรี  ซึ่งเป็นหัวเมืองมอญขึ้นอยู่กับกรุงสุโขทัย  พอเปลี่ยนเจ้าผู้ครองนครใหม่เป็นเจ้าแสนเมืองมิ่ง  ไม่ยอมขึ้นกับกรุงสุโขทัย  พระเจ้าเลอไทย  กษัตริย์กรุงสุโขทัย  รัชกาลที่ 4  ยกกองทัพไปตีเมืองทวายและตะนาวศรี  พ่ายแพ้กลับมา

 


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2010 เวลา 10:05 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

พระซุ้มศรีวิชัย หรือพระเม็ดกระดุมศรีวิชัย กรุศรีวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พระซุ้มศรีวิชัย หรือพระเม็ดกระดุมศรีวิชัย กรุศรีวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พระซุ้มศรีวิชัยเคยปรากฏขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง  เมื่อ พ.ศ.2525  ขณะที่กำลังสร้างทางบริเวณเหนือเขาศรีวิชัย  อำเภอพุนพิน  ขึ้นมาประมาณ 100 องค์เศษเท่านั้น  ปรากฏว่าพบสีดำ  สีมอยเขียวมอยเป็นส่วนใหญ่  แต่เดิมเรียกขานว่า  “พระเม็ดกระดุมศรีวิชัย”  เรียกตามลักษณะรูปร่างองค์พระเลยทีเดียว
ต่อมาปรากฏว่ามีผู้ปรารถนาดีให้ข้อคิดว่าพระชุดนี้เปรียบเหมือนเพชรเม็ดน้ำเอกของพระกรุทางใต้  ควรจะต้องตั้งชื่อเสียงใหม่ให้เหมาะสมกับความอลังการที่ปรากฏเด่นชัด  จึงขนานนามว่า  “พระซุ้มศรีวิชัย”


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2010 เวลา 09:59 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

พระร่มโพธิ์ เพชรบูรณ์ (ฝักเพกา)

พระร่มโพธิ์ เพชรบูรณ์ (ฝักเพกา) พระร่มโพธิ์ เพชรบูรณ์ (ฝักเพกา)
พระร่มโพธิ์  เพชรบูรณ ์

หรือบางคนเรียก  ฝักเพกา  ของเมืองเพชรบูรณ์นั้น  ในอดีตแผ่นดินแถวเมืองเพชรบูรณ์  เมื่อพุทธศตวรรษที่ 14 และ 15  เป็นต้นมา  ขอมได้ครอบครองอยู่  ณ เมืองศรีเทพ  ได้สร้างสิ่งต่างๆ  ไว้หลายอย่าง เมื่อขอมถูกไล่ออกไปแล้ว  เมืองศรีเทพจึงกลายเป็นเมืองร้างไป  เมืองเพชรบูรณ์จึงปรากฏใน พ.ศ.1800  สมัยต้นสุโขทัย และเป็นไทยมาตลอด เพชรบูรณ์ไม่ใช่เมืองหน้าด่านที่มีความสำคัญทางทหาร  หรือสงครามระหว่างไทยกับพม่าให้ปรากฏไว้เลย  นอกเสียจากว่าเมื่อ พ.ศ.2318  พระยาจักรีกับพระยาสุรสีห์ได้แหวกทัพพม่าที่ล้อมเมืองพิษณุโลกออกมาได้  แล้วมาชุมนุมทัพที่เมืองนี้เท่านั้น  มาสมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2459  ทางการได้ประกาศให้เพชรบูรณ์  เป็นจังหวัดมาจนถึงปัจจุบันนี้


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2010 เวลา 10:05 น. )

อ่านเพิ่มเติม...

พระสุพรรณหลังผาล

พระสุพรรณหลังผาล หลังยันต์ พิมพ์เล็ก พระสุพรรณหลังผาล หลังยันต์ พิมพ์เล็ก
“พระสุพรรณหลังผาล” คู่กันมากับพระมเหศวร กรอบพิมพ์สามเหลี่ยมทรงสูง ปลายยอดแหลม ด้านหลังมีองค์พระเล็กอยู่องค์หนึ่ง กรอบพิมพ์สามเหลี่ยมเช่นกัน ใต้องค์พระมีเดือย นักนิยมพระรุ่นปู่ทวดนิยมเป็นผาลไถนา จึงตั้งชื่อว่า “พระสุพรรณหลังผาล” เป็นการเรียกเปรียบเทียบของผู้ใหญ่เมื่อเกือบร้อยปีมาแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้มีบางคนเรียกว่า “พระสุพรรณหลังพระ” ก็ถูกเช่นกัน ในส่วนตัวของผู้เขียนขอเรียกตามที่คนรุ่นปู่ทวด เรียกกันมานาน 80-90 ปีแล้ว ส่วนจะเรียกอย่างใดก็สุดแต่จะเห็นชอบ


อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>

แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2010 เวลา 10:05 น. )

อ่านเพิ่มเติม...
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 ถัดไป > สุดท้าย >>
หน้า 1 จาก 4