โดย มนัส โอภากุล
?พระสุพรรณหลังผาล? คู่กันมากับพระมเหศวร กรอบพิมพ์สามเหลี่ยมทรงสูง ปลายยอดแหลม ด้านหลังมีองค์พระเล็กอยู่องค์หนึ่ง กรอบพิมพ์สามเหลี่ยมเช่นกัน ใต้องค์พระมีเดือย นักนิยมพระรุ่นปู่ทวดนิยมเป็นผาลไถนา จึงตั้งชื่อว่า ?พระสุพรรณหลังผาล? เป็นการเรียกเปรียบเทียบของผู้ใหญ่เมื่อเกือบร้อยปีมาแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้มีบางคนเรียกว่า ?พระสุพรรณหลังพระ? ก็ถูกเช่นกัน ในส่วนตัวของผู้เขียนขอเรียกตามที่คนรุ่นปู่ทวด เรียกกันมานาน 80-90 ปีแล้ว ส่วนจะเรียกอย่างใดก็สุดแต่จะเห็นชอบ
กรอบพิมพ์สูงราว 4.5 ซม. ปลายยอดแหลม ฐานกว้างราว 3 ซม. พระพักตร์ศิลปะอู่ทองปลาย (อู่ทอง 3) พระเนตรเป็นเม็ดกลมนูน พระศกเป็นเม็ดกลมคล้ายพระเนตรอยู่ที่พระนลาฏ 3 เม็ดใหญ่ ซ้อนด้วย 3 เม็ดเล็ก ต่อมพระโมลีสั้น พระกรรณขวายาว พระกรรณด้านซ้ายสั้น ขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย พระหัตถ์ซ้ายวางหงายที่หน้าพระเพลา หัวแม่มือเป็นง่าม คล้ายพระหัตถ์ของพระมเหศวร ทำให้เราสามารถเดาได้ว่า น่าจะเป็นศิลปินคนเดียวกันแกะแม่พิมพ์ทั้งพระสุพรรณหลังผาลและพระมเหศวร พระหัตถ์ขวาประทับวางไว้ที่หน้าพระเพลา นักนิยมพระมักจะเรียกว่า ?จับเข่าใน? หมายถึงจับในเข่าเข้ามา จึงเห็นหัวเข่าชัดเจน ขัดสมาธิราบ พระเพลาค่อนข้างกว้าง อันเป็นศิลปะอู่ทอง ประทับนั่งเหนือฐานชั้นเดียว
ริมกรอบรอบองค์พระมีเส้นลวด 2 เส้นขนานคู่กันไป ภายในเส้นลวดมีเม็ดไข่ปลากลมๆ ด้านหลังมีพระองค์เล็กอยู่ในกรอบพิมพ์สามเหลี่ยมลักษณะเดียวกับด้านหน้า มีเดือยยาวด้านล่าง ปางมารวิชัยเช่นกัน องค์พระค่อนมาทางด้านขวาของกรอบพิมพ์ เป็นพระที่มีขนาดกะทัดรัด เลี่ยมแล้วเอามาคล้องคอไม่รู้สึกหนักแต่อย่างใด
ปัจจุบันในท้องตลาดหายากมาก เช่นเดียวกันกับพระมเหศวร ในกรุงเทพฯคงมีอยู่กับเซียนใหญ่ๆ ในส่วนตัวของผู้เขียนโชคดีเก็บไว้ได้ 1-2 องค์ ตั้งแต่ราคาองค์ละ 40-50 บาท เป็นเวลา 40 กว่าปี เมื่อเริ่มสนใจสะสมพระใหม่ ใครจะไปคิดว่ามาถึงวันนี้มีราคาเป็นพันๆ หมื่นบาท แต่ก็อีกนั่นแหละพอราคาพระขึ้นสูงองค์ละ 200-300 บาท ก็จะรีบขายเสียแล้ว
มาวันนี้ปี 2548 ยังไม่เคยพบพระสุพรรณหลังผาลเลยแม้แต่องค์เดียว นอกจากของตนเองที่มีอยู่ 1-2 องค์ นานๆ ก็เอาออกมาเชยชมเสียครั้งหนึ่งตามประสานักนิยมพระมักจะเอาพระของตนมาดูอยู่เสมอเพื่อความพึงพอใจและเพื่อความอิ่มเอิบใจ ที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาจนวันนี้เป็นเวลา 40 กว่าปี ตั้งแต่ราคาองค์ละ 40-50 บาทเท่านั้น จะอย่างไรก็ตามขณะนี้พระสุพรรณหลังผาลจะมีราคาสูงขึ้นถึงหมื่นหรือหมื่นๆ
ผู้เขียนก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นเงินเห็นทองกับเขาเป็นแน่ เพราะเมื่อผู้เขียนไม่ขายก็ไม่มีโอกาสเห็นเงินเป็นปึกๆ อย่างแน่นอน มีบางท่านพูดว่าการเก็บพระดีกว่าเก็บเงิน ข้อนี้ไม่เป็นความจริงเสมอไป เพราะพระเอาไปซื้อของไม่ได้ มีค่าอยู่แต่ในกลุ่มผู้นิยมพระเท่านั้น หาได้มีค่าทั่วไปก็หาไม่
( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 942 เดือนมกราคม 2549 : พระสุพรรณหลังผาล : โดย มนัส โอภากุล )
ลิขสิทธิ์ ? 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.
Copyright Bangkoksarn Publishing 2010.? Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.






แสดงความคิดเห็น