ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Thursday
Sep 09th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระกรุ เนื้อชิน พระมเหศวร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ( ตอนที่ 1 )

พระมเหศวร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ( ตอนที่ 1 )

อีเมล พิมพ์ PDF

โดย... มนัส โอภากุล

พระมเหศวร (พิมพ์เล็ก)

พระมเหศวร (พิมพ์เล็ก)

จังหวัดสุพรรณบุรี  เป็นจังหวัดหนึ่งทางภูมิภาคตะวันตก  เป็นเมืองโบราณมาตั้งแต่สมัยอู่ทองเป็นราชธานี  แต่ก็ยังอยู่ในอาณัติของกรุงสุโขทัย  เมื่อ พ.ศ.1873  เมืองทวายและตะนาวศรี  ซึ่งเป็นหัวเมืองมอญขึ้นอยู่กับกรุงสุโขทัย  พอเปลี่ยนเจ้าผู้ครองนครใหม่เป็นเจ้าแสนเมืองมิ่ง  ไม่ยอมขึ้นกับกรุงสุโขทัย  พระเจ้าเลอไทย  กษัตริย์กรุงสุโขทัย  รัชกาลที่ 4  ยกกองทัพไปตีเมืองทวายและตะนาวศรี  พ่ายแพ้กลับมา

ขณะนั้น  พระเจ้าอู่ทอง  รัชกาลที่ 3  ครองราชย์อยู่ที่เมืองอู่ทอง  จึงยกกองทัพไปตีเมืองทวายและตะนาวศรี  ได้ชัยชนะกลับมา  เป็นการกู้เกียรติให้กับกรุงสุโขทัย  ในการรบครั้งนี้เชื่อว่าขุนหลวงพงั่วคงจะไปร่วมรบด้วย  ทำให้เมืองอู่ทองเป็นที่หวั่นเกรงแก่เมืองต่างๆ  ตลอดจนกษัตริย์ทางเมืองเหนือ

พระเจ้าอู่ทอง (3)  หรือพระยาศรีธรรมโศกราช  ทรงสร้างพระปรางค์ขึ้นที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  กำหนดเฉลิมฉลองพระปรางค์พร้อมกับประจุพระเครื่อง-พระบูชาไว้ในองค์พระปรางค์  เพื่อพุทธบูชา  อุทิศแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทางเมืองเหนือทราบเรื่องราวนี้เข้า  ฤาษี 11 ตน  อันมีฤาษีพิมพิลาไลย์เป็นประธาน  กล่าวแก่ฤาษีทั้งหลายว่า  เราจะเอาอะไรไปให้พระยาศรีธรรมโศกราช  ปรึกษากันแล้วสร้างพระขึ้นแล้วนำเอามาร่วมบรรจุในองค์พระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  ซึ่งก็ปรากฏเป็นความจริงว่าพระตระกูลทางเหนือ เช่น พระตระกูลกำแพง  พระร่วงยืน  พระชินราชใบเสมา  พระยอดขุนพล  ฯลฯ  และอีกหลายพิมพ์มาอยู่ในกรุพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  สุพรรณบุรี

นอกจากพระทางเหนือแล้ว  ยังมีศิลปะลพบุรีก็มาบรรจุร่วมด้วย  พิจารณาได้ 2 สถาน คือ พระเจ้าราม  พระราชโอรสกษัตริย์ผู้ครองเมืองลพบุรี  มาอภิเษกสมรสกับพระราชธิดาของพระเจ้าอู่ทอง (3)  เมื่อมีความเกี่ยวดองกัน  กษัตริย์เมืองลพบุรีอาจจะเอาพระสมัยลพบุรีมาร่วมประจุด้วย

อีกสถานหนึ่ง  เมืองสุพรรณบุรีขอมมาปกครองอยู่นานถึง 2-3 ร้อยปี เมื่อ พ.ศ.1800  กรุงสุโขทัยลุกขึ้นขับไล่ขอม  แล้วสถาปนาเป็นอาณาจักรสุโขทัยขึ้น  ปรากฏว่าขอมหายไปไหนหมด  รวมทั้งที่สุพรรณด้วย  บางส่วนอาจกลับกรุงกัมพูชา  บางส่วนอาจจะกลายเป็นคนไทยไปโดยปริยาย  คนเหล่านี้สร้างพระในศิลปะของขอมขึ้น  แล้วร่วมประจุในองค์พระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  ก็เป็นได้

ในส่วนของทางอู่ทอง  พระเจ้าอู่ทอง (3)  ก็สร้างพระในศิลปะอู่ทองขึ้นเช่นกัน เช่น พระผงสุพรรณ  พระมเหศวร  พระสุพรรณหลังผาล  พระปทุมมาศ  พระขุนแผนเรือนแก้ว  พระสุพรรณขาโต๊ะ ฯลฯ

บรรดาพระที่กล่าวมาแล้วนั้น  พระ  “มเหศวร” พิมพ์แปลกกว่าทุกๆ พิมพ์  เป็นพระสองหน้า  พระเศียรกลับกัน  ผู้ใหญ่สมัยโน้นบอกว่าก่อนนี้เขาเรียกว่า  “พระสวน”  เนื่องจากพระเศียรสองหน้าสวนกลับกันไปมา  ถามว่าแล้วใครเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น  “พระมเหศวร”  ตอบไม่ได้  สันนิษฐานว่าผู้บูชาพระสวนไปประสบกับเหตุการณ์อันตรายแล้วไม่เป็นอะไร  แคล้วคลาด  ปลอดภัย  ตลอดจนอยู่ยงคงกระพัน  จึงเปลี่ยนชื่อเป็น  “พระมเหศวร”  ซึ่งแปลว่า  “เทวดา”  ดังนั้น  ผู้บูชาพระมเหศวรก็เท่ากับบูชาเทวดานั่นเอง  เทวดาย่อมคุ้มครองผองภัยให้แก่ผู้บูชา  อันเป็นความประสงค์ของทุกๆ ท่าน  มากกว่าจะไปพะบู๊ตีรันฟันแทงกับนักเลงก็หาไม่

พระมเหศวร (พิมพ์กลาง)   พระมเหศวร (พิมพ์เล็ก) พระมเหศวร (พิมพ์กลาง)

พระมเหศวรมีอยู่ด้วยกัน 4 พิมพ์ คือ พิมพ์เล็ก  พิมพ์กลาง  พิมพ์ใหญ่  และพิมพ์ใหญ่พิเศษ  ในจำนวนนี้พระมเหศวร  พิมพ์ใหญ่  มีมากกว่าทุกๆ พิมพ์รวมกัน  ดังนั้น พิมพ์ใหญ่จึงเป็นพิมพ์ที่อยู่ในความนิยมมากที่สุด ขออธิบายพุทธลักษณะของพระมเหศวรพิมพ์ต่างๆ  ดังนี้

1.    พระมเหศวร  พิมพ์เล็ก  พระมเหศวรทุกพิมพ์  กรอบพิมพ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  เว้ากลาง  พิมพ์เล็ก  กรอบพิมพ์สูงราว 3 ซม.  พระเศียรเล็กคล้ายผลมะตูม  พระเกตุรัศมีแหลมยาว  ลำพระองค์ป้อม  พระกัปประ (ข้อศอก)  ซ้ายโค้งมน  พระหัตถ์ซ้ายเป็นปุ่มนูน  พระเพลาไม่ชัดเจน  ประทั่งนั่งเหนือฐานเส้นลวด 2 เส้น  ผนังข้างพระพักตร์ไม่มีขีด  แต่มีปุ่มนูน

2.    พระมเหศวร  พิมพ์กลาง  กรอบพิมพ์สูงราว 3.5 ซม.  องค์พระใหญ่กว่าพิมพ์เล็กนิดหน่อย  พระพักตร์ผลมะตูม  พระเกตุรัศมีแหลม  ลำพระองค์  พระอุระกว้าง  พระอุทรแคบ  พระกัปประ (ข้อศอก)  ซ้ายหักเป็นมุมศอกแล้วเฉียงลง  พระหัตถ์วางอยู่ใต้พระอุทร  พระหัตถ์ขวาวางที่พระเพลาเป็นปุ่มใหญ่  ประทับนั่งเหนือฐานหน้ากระดานแอ่น  (คล้ายเส้นลวด 2 เส้น)
พระทั้งสองพิมพ์นี้มีจำนวนน้อยกว่าพิมพ์ใหญ่มาก

อ่านต่อลานโพธิ์ 865

( ที่มา ลานโพธิ์ ฉบับที่ 864 เดือนตุลาคม 2545 : พระมเหศวร ( ตอนที่1 ) : โดย มนัส โอภากุล )

ลิขสิทธิ์ © 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010.  Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2010 เวลา 15:51 น. )