ภาพและเรื่องโดย.. วิทยา หาญไพบูลย์
วัดนี้มีพระพิมพ์ที่ทางวัด ท่านพระครูต่วนและท่านพระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุข) ได้ร่วมกันสร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ในการหาปัจจัยมาก่อสร้างมณฑป ที่หลวงปู่ศุขดำริให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง มณฑปนี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ของวัดนี้ที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน แต่ก็ชำรุดผุพังไปตามกาลอายุเวลาที่ไม่ได้มีการบูรณะซ่อมแซม อีกไม่ช้าก็คงจะสูญสลายไม่เหลือให้เห็นเป็นอนุสรณ์ถึงท่านพระครูต่วนและพระครูวิมลคุณากรอีกต่อไป
?
พระพิมพ์วัดตาปะขาวหาย มีอยู่ 2 ชนิด ชนิดหนึ่งเป็นพระกรุเก่าที่นำมาบรรจุในพระเจดีย์หน้ามณฑป เป็นพระเนื้อดินอย่างเดียว อีกชนิดหนึ่งเป็นพระพิมพ์เนื้อผง ที่สร้างขึ้นโดยหลวงปู่ศุขและท่านพระครูต่วน มีแบบพิมพ์อยู่ 4 ชนิด พระพิมพ์วัดตาปะขาวหายเนื้อดิน เป็นพระพิมพ์ที่มีอายุเก่าแก่ที่นำมาจากวัดเตาไห ก่อนที่วัดทั้งวัดจะพังทลายลงแม่น้ำน่านไป ลักษณะเป็นพระพิมพ์แบบหลวงพ่อโต เนื้อดินละเอียดสวยงาม มีหลายสีเช่นเนื้อดินเผาโดยทั่วไป พระพิมพ์มีอยู่ 3 ขนาด คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลางและพิมพ์เล็ก พระพิมพ์หลวงพ่อโต ของวัดตาปะขาวหาย ก็นับเป็นพระพิมพ์ที่หายากสำหรับปัจจุบัน พระพิมพ์มักจะตกไปอยู่ที่อื่นๆ มากกว่าคนในจังหวัดพิษณุโลก ที่มีให้เห็นกันอยู่ก็มักจะเป็นของปลอมแปลงเสียมากกว่า เมื่อสิบกว่าปีก่อนก็ยังพอมีให้ได้บูชาบ้าง มาถึงวันนี้ก็คงจะยากในการพบเห็นอีกแล้ว
แบบพิมพ์และลักษณะเนื้อผง ของวัดตาปะขาวหาย เป็นพระพิมพ์เนื้อผง ที่หลวงปู่ศุขและท่านพระครูต่วนร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อหาปัจจัยมาสร้างมณฑปนั้น มีอยู่ 4 แบบพิมพ์ มีเนื้อหา 3 สี คือ สีขาว เป็นส่วนมาก ของพระพิมพ์ สีดำและสีเขียว มีเป็นส่วนน้อยไม่ค่อยได้เห็น เนื้อหาของพระพิมพ์วัดตาปะขาวหาย ส่วนใหญ่จะแก่น้ำมัน มีคราบน้ำมันสีน้ำตาลอ่อนๆ เกาะตาม ส่วนลึกของพระพิมพ์ ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของพระพิมพ์วัดตาปะขาวหาย
แบบพิมพ์ที่ 1 ที่ถือได้ว่ามีมากกว่าแบบพิมพ์อื่นๆ ก็คือ พระพิมพ์นาคปรก หรือที่มีการเรียกขานกันมาในอดีตว่า พิมพ์พระคงหรือพิมพ์ลำพูน เพราะมีสัณฐานคล้ายพระคง ลำพูน แบบพิมพ์ที่ 1 ที่ถือได้ว่ามีมากกว่าแบบพิมพ์อื่นๆ ก็คือ พระพิมพ์นาคปรก หรือที่มีการเรียกขานกันมาในอดีตว่า พิมพ์พระคงหรือพิมพ์ลำพูน เพราะมีสัณฐานคล้ายพระคง ลำพูน ความจริงพระพิมพ์นี้ถ้าได้พิจารณาด้วยความรู้และความเข้าใจในศิลปะของพระแล้ว ก็เป็นพระพิมพ์นาคปรกโดยทั่วไป ที่องค์พระปฏิมานั่งสมาธิขัดเพชรบนขนดนาคสามชั้น มีความแตกต่างจากพิมพ์พระคง พระพิมพ์ที่มีเนื้อสีเขียว จะมีลักษณะเนื้อหาคล้ายคลึงกับพระพิมพ์ของวัดบึงพระยาสุเรนทร์ หรือพระพิมพ์วัดนก อ่างทอง
แบบพิมพ์ที่ 2 พิมพ์หลวงพ่อโต มีขนาดเล็กเท่าพิมพ์เล็กของพระพิมพ์หลวงพ่อโต เนื้อดินพุทธลักษณะเป็นการถอดพิมพ์จากพระพิมพ์สมัยก่อน มีทั้งปางสมาธิและปางมารวิชัยมี 2 สี คือ สีขาวและสีดำ
แบบพิมพ์ที่ 3 พิมพ์สี่เหลี่ยม ต้นแบบของพระพิมพ์นิยม ซุ้มประภามณฑล ของหลวงปู่ศุขมีขนาดเท่ากับพระพิมพ์นิยมสี่เหลี่ยม เนื้อโลหะ ของหลวงปู่ศุข โดยทั่วไปมีเนื้อสีผงขาวและผงดำ
แบบพิมพ์ที่ 4 พิมพ์ปิดตาสามเหลี่ยม มี 2 ขนาด และ 2 แม่พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก มี 2 เนื้อ คือ เนื้อผงและเนื้อสัมฤทธิ์ มีลักษณะพิมพ์เหมือนกัน แต่พระพิมพ์เนื้อสัมฤทธิ์มีจำนวนน้อยมาก ตามคำบอกเล่าผู้สูงอายุท่านหนึ่งที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆ วัด ตอนที่ผู้เขียนถ่ายรูปมณฑป ยืนอยู่ข้างๆวิหาร ตอนถ่ายรูปวิหารก็ยังมีรูปติดอยู่ข้างวิหาร แต่ลืมถามชื่อท่านที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระพิมพ์เนื้อสัมฤทธิ์
ท่านเล่าให้ฟังว่าเคยมีพระพิมพ์เนื้อสัมฤทธิ์ ที่ได้รับตกทอดมาจากบิดา ผู้ซึ่งได้รับพระพิมพ์นี้จากมือของหลวงปู่ศุขโดยตรง เวลาหลวงปู่ศุขขึ้นมาทางเหนือไม่ว่าจะมีกิจธุระใดๆ ท่านก็จะมาพักอาศัยอยู่กับท่านพระครูต่วน ที่วัดตาปะขาวหาย เป็นเวลานาน บางครั้งท่านได้นำวัตถุมงคลที่ท่านสร้างเอาไว้มาปลุกเสก ต่อหน้าพระพักตร์ของหลวงพ่อพระพุทธชินราช ซึ่งพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าๆ มักจะถือคตินิยมว่า วัตถุมงคลที่ปลุกเสกในวิหารพระพุทธชินราช จะมีความศักดิ์สิทธิ์และเข้มขลังเป็นอย่างยิ่ง
คนในหมู่บ้านตาปะขาวหาย ก็จะได้รับแจกวัตถุมงคลของหลวงปู่ศุขกันอยู่เสมอ เวลาท่านมาพักจำวัดกับท่านพระครูต่วน ซึ่งเป็นพระสหายทางธรรมของท่าน แต่พระครูต่วนจะมีอายุและพรรษาอ่อนกว่าหลวงปู่ศุข ผู้สูงอายุได้บอกเล่าตามที่บิดาของท่านได้เล่าให้ฟัง ก็ยังบ่นเสียดายที่วัตถุมงคลที่ได้รับตกทอดกันมา ได้จำหน่ายจ่ายแจกไปจนหมดไม่มีเหลืออยู่เลย
ท่านยืนยันอย่างเชื่อมั่นว่า พระพิมพ์ปิดตาสามเหลี่ยม เนื้อสัมฤทธ์ินี้ เป็นพระพิมพ์ที่หลวงปู่ศุขนาํ มาแจกในสมัยนั้นจริงๆ พระพิมพ์ปิดตาสามเหลี่ยมเนื้อสัมฤทธ์ินี้ น่าจะเป็นพระพิมพ์ต้นแบบของพระพิมพ์ปิดตาเนื้อผงที่หลวงปู่ศุขนำมาเพื่อทำแม่พิมพ์ของพระเนื้อผง เพราะรูปลักษณะจะมีพิมพ์เป็นแบบเดียวกัน พระพิมพ์ของวัดตาปะขาวหาย ที่สวยงามมักจะเป็นพระพิมพ์ที่เคยบรรจุกรุมาก่อน และคนร้ายลักลอบขุดออกมาเมื่อปี พ.ศ.2505 ส่วนพระพิมพ์ที่แจกสมนาคุณให้คนที่มาร่วมทำบุญในอดีต พระพิมพ์เหล่านี้มักช้ำและเลอะเลือนเสียมาก ขาดความสวยงาม
มาถึงปัจจุบันนี้ พระพิมพ์ของวัดตาปะขาวหายก็เป็นของที่หาได้ยาก และราคาค่างวดก็สูงเป็นหลักพันกลางๆ แล้ว ในอนาคตพระพิมพ์ปิดตาก็จะมีคุณค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่แตกต่างกับพระพิมพ์ปิดตา ของวัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาทพระพิมพ์ของวัดตาปะขาวหาย นับเป็นพระเครื่องฯชั้นดีมีพุทธคุณสูงส่ง ที่น่าศึกษาและแสวงหามาเป็นสมบัติส่วนตน ไม่แพ้พระพิมพ์ของวัดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพระกรุก็มีอายุเก่าแก่และศิลปะของแบบพิมพ์ก็มีความสวยงามกว่ากรุอื่นๆ หายาก เพราะมีจำนวนไม่มากอย่างของกรุวัดบางกระทิง พระพิมพ์ที่เป็นส่วนของพระเกจิอาจารย์สร้าง ที่เอ่ยชื่อแล้วคงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ยิ่งในยุคปัจจุบัน ถ้าพูดถึงวัตถุมงคลของท่าน ทุกคนก็คงจะอยากแสวงหาด้วยความเคารพศรัทธาอย่างสูงส่ง ?ท่านพระครูวิมลคุณากร?
ต้องขอขอบคุณผู้ที่ได้เอ่ยนามมา ณ ที่นี้ ที่ได้ช่วยเหลืองานเขียนเรื่อง พระพิมพ์วัดตาปะขาวหาย สำเร็จลุล่วงมาด้วยดี
1. คุณสุกิจ ตั้งใจ
2. คุณอนันต์ บูรณเขตต์
3. คุณลุงอั่น เต็งตรง
4. คุณสมชาย ด้วงสุวรรณ
5. คุณณัฐวุฒิ เสรีสันติกุล ห้องถ่ายภาพ ?โปร? ตลาดบางระกำ ที่มีส่วนช่วยเหลือผู้เขียนในเรื่องรูปภาพพระพิมพ ์
( ย่อจาก ลานโพธิ์ ฉบับที่ 845 เดือนธันวาคม 2544 : พระพิมพ์ปิดตา หลวงปู่ศุข วัดตาปะขาวหาย จ.พิษณุโลก ภาพและเรื่องโดย.. วิทยา หาญไพบูลย์ )
ลิขสิทธิ์ ? 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.
Copyright Bangkoksarn Publishing 2010.? Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools





แสดงความคิดเห็น