ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Monday
Nov 24th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระกรุ เนื้อดิน พระกำแพงเม็ดมะลื่น กำแพงเพชร

พระกำแพงเม็ดมะลื่น กำแพงเพชร

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและเรื่องโดย..จ.ส.อ.เอนก เจกะโพธิ์

พระกำแพงเม็ดมะลื่นยอดพระกรุแห่งลานทุ่งเศรษฐีที่ชนชั้นปู่-ย่า-ตา-ยายรู้จักกันดีแบบหนึ่งก็คือ ?พระกำแพงเม็ดมะลื่น?
พระกำแพงเม็ดมะลื่นนี้ ได้มีการสร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยของเจ้าพระยาลิไท พระบรมกษัตริย์ในลำดับที่ 5 แห่งราชวงศ์พระร่วง แห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งในรัชสมัยของพระองค์ได้ทรงเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนามาก พระองค์จึงได้ทรงทำนุบำรุงและทรงสร้างพระพุทธรูป พระเครื่องมากแบบมากพิมพ์ เพื่อให้เป็นอนุสรณ์ให้ชนชั้นรุ่นลูกรุ่นหลานได้ศึกษาหาความรู้ว่า ครั้งหนึ่งในสมัยของพระองค์นั้นพระพุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองมากดังปรากฏเป็นอนุสรณ์ ณ ที่จังหวัดสุโขทัยและกำแพงเพชร และที่อื่นๆ อีกมากมาย

และการที่ข้าพเจ้าจะได้เขียนเรื่องของพระกำแพงเม็ดมะลื่นนี้ได้ ก็ต้องหาพระมาเป็นส่วนประกอบของเนื้อเรื่อง และกว่าจะหาพระกำแพงเม็ดมะลื่นนี้ได้ก็เล่นเอาเหนื่อยอยู่ ไม่ว่าจะขึ้นเหนือหรืออีสานสอบถาม และหายืมพระจากนักเลงพระเพื่อนำมาถ่ายรูปเป็นองค์ประกอบก็ดูจะยากเต็มที แม้ที่จังหวัดกำแพงเพชรเองซึ่งเป็นต้นกำเนิดของพระพิมพ์ทรงนี้ก็แทบจะไม่มีผู้ใดเก็บหรือรักษาพระเครื่องพิมพ์ทรงนี้ไว้เลย เรียกได้ว่าพระเครื่องของเมืองกำแพงเพชร ส่วนใหญ่แล้วลงมาอยู่ในกรุงเทพฯเสียเกือบหมด

พระกำแพงเม็ดมะลื่น จัดว่าเป็นพระกรุเก่าที่แตกกรุมาจากวัดพระบรมธาตุฝั่งทุ่งเศรษฐีแต่เพียงแห่งเดียว การแตกกรุของพระพิมพ์ทรงนี้มีแตกกรุขึ้นเป็นจำนวนมาก พอๆ กันกับ พระกำแพงลีลาพลูจีบหรืออาจจะน้อยกว่าเสียด้วยซ้ำ และประการที่สำคัญก็คือ เป็นพระที่มีการแตกกรุมาจากฝั่งทุ่งเศรษฐีแต่เพียงแห่งเดียว ครั้งแรกมีการแตกกรุของพระพิมพ์ทรงนี้เพียง 7 หรือ 8 องค์ เท่านั้น นับว่ามีน้อยมาก ทั้งๆ ที่พระชนิดอื่นๆ มีเป็นร้อยองค์ และถ้าจะพิจารณาดูแล้วก็แทบจะไม่น่าเชื่อตามที่ผู้เขียนบอกกล่าว แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะนักเลงพระรุ่นเก่าๆ เขาเล่าสู่กันมา ข้าพเจ้าจึงได้แต่หวังว่า ใครมีพระกำแพงเม็ดมะลื่นพิมพ์ทรงนี้จงเก็บรักษาไว้ให้ดี เพราะเปรียบเสมือนท่านมีเพชรเม็ดงามๆ อยู่ในมือ ยากที่จะให้ใครมาหยิบฉวยไปได้ ฉะนั้นพึงเก็บรักษาไว้ให้ดี เพราะเป็นพระที่หายาก จะมีขึ้นก็แต่เพียงลานทุ่งเศรษฐีที่เดียวเท่านั้น ส่วนที่อื่นๆ ขอรับรองว่าไม่มีแตกกรุขึ้นมาซ้ำสองอีกเลย จนกระทั่งบัดนี้พวกเรานักเลงพระเครื่องก็แทบจะไม่ได้ยินคำว่า ?พระกำแพงเม็ดมะลื่น? ออกมาอีกเลยว่าเป็นพระที่อยู่ในรูปแบบพิมพ์ทรงใด

?

พระกำแพงเม็ดมะลื่น กรุลานทุ่่งเศรษฐี กำแพงเพชร พระกำแพงเม็ดมะลื่น กรุวัดพระบรมธาตุ พระกำแพงเม็ดมะลื่น กรุกลางทุ่ง

ปัจจุบันพระพิมพ์ทรงนี้ก็จะไม่มีการแตกกรุขึ้นมาที่ไหนอีก อีกทั้งก็เป็นที่แปลกประหลาดที่ไม่มีเมืองไหนได้สร้างไว้เลยเช่นกัน
ก็ในเมื่อ พระกำแพงเม็ดมะลื่น เป็นของที่หายากอย่างนี้แล้ว เรื่องราคาค่าเช่าก็คงจะปาเข้าไปอยู่ในหลักหมื่น หลักแสน หรือก็เห็นจะเข้าใจผิดถนัด เพราะราคาค่าเช่าสมัยก่อนและปัจจุบันนี้ที่พอจะหาเช่าได้ก็ยังตกอยู่ราวเลข 4 หลักเท่านั้นต่อองค์ หรือจะมากน้อยกว่านี้ก็อยู่ที่ความสวยงามขององค์พระ และก็อยู่ที่ผู้เช่าและผู้ให้เช่าจะตกลงราคากันเองด้วยความพอใจ ฟังดูแล้วคิดว่าเลข 4 หลัก แต่ไม่เกิน 5 หลักนี้แพงโขอยู่ แต่ข้าพเจ้าคิดว่าถูก เพราะเดี๋ยวนี้ พระกำแพงเพชร กรุทุ่งเศรษฐี ไม่ว่าจะพิมพ์ทรงอะไรก็ตามอย่างต่ำๆ ก็ 1,000-2,000 บาท เข้าไปแล้ว ที่งามและสวยหน่อยก็ราคาขาดหมื่น

สมัยนี้การจะหา พระกำแพงเม็ดมะลื่น มาใช้สักองค์ดูจะแสนยาก เพราะเปรียบเสมือนงมเข็มในมหาสมุทรทีเดียว ซึ่งอาจเป็นเพราะพระพิมพ์ทรงนี้มีการแตกกรุขึ้นมาจำนวนน้อยองค์ การจะหาเช่าพระพิมพ์ทรงนี้ยากยิ่งกว่าที่จะหาเช่า พระกำแพงซุ้มกอ เสียอีก

สำหรับ พระกำแพงเม็ดมะลื่น นี้ เคยได้ยินเซียนพระรุ่นเก่าๆ เล่าว่า ยังไม่เคยมีของเก๊หรือของปลอมเลียนแบบออกมาเลย จึงทำให้สบายใจได้ ส่วนสาเหตุที่ไม่มีผีเซียนทำพระปลอมนำพระพิมพ์นี้ออกมาขายนั้น ก็คงอาจจะเป็นเพราะพระพิมพ์ทรงนี้มีจำนวนน้อยมาก ตัวอย่างที่จะกดแม่พิมพ์ก็ไม่มี จึงถอดแบบออกมาไม่ได้ ของเก๊จึงไม่มีปรากฏให้เห็น เพราะไม่ทราบขนาดพิมพ์ทรง ดังเช่นปัจจุบันนี้ พระกำแพงลีลาพลูจีบ ของเก๊ออกมาวางจำหน่ายตามแผงพระกันเกร่อ แต่ก็ทำพิมพ์ทรงไม่เหมือนอยู่ดี เพราะไม่มีพระแท้ๆ ที่จะให้กดแม่พิมพ์ จึงได้แต่แกะแม่พิมพ์กันเอง รูปร่างของเก๊พระพลูจีบจึงไม่ออกมาตามรูปร่างของแท้ พระกำแพงเม็ดมะลื่นก็เช่นกัน ยากที่จะทำของเก๊ออกมาเลียนแบบได้ จึงได้แต่หวังว่าท่านนักเลงพระรุ่นใหม่อย่าหลงในสิ่งที่ปลอมแปลงกันแล้วกัน แล้วในอนาคตท่านอาจจะเป็นเซียนพระเมืองกำแพงเพชรที่โด่งดังอีกท่านหนึ่ง

พระกำแพงเม็ดมะลื่นนี้ เป็นพระเนื้อดินผสมว่าน กรุเก่า ที่แตกกรุจากทุ่งเศรษฐีแต่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น สำหรับพระเนื้อชินไม่มีปรากฏให้เห็น แต่ถ้ามีก็เก๊แน่นอน ขนาดพิมพ์ทรงของพระกำแพงเม็ดมะลื่นวัดได้ขนาด 2.5 ถึง 3.5 ซม. ประมาณนี้
พระกำแพงเม็ดมะลื่น ก็เป็นพระตระกูลนางกำแพงเพชรอีกพิมพ์ทรงหนึ่ง แต่ที่รูปทรงสัณฐานจะผิดเพี้ยนไปจากพระนางกำแพงเพชรก็ตรงที่พระพิมพ์ทรงนี้มีปีกกว้างใหญ่ บางองค์ปีกอยู่ในลักษณะเกือบกลีบบัว ข้าพเจ้าจึงคิดว่า ?พระกำแพงเม็ดมะลื่นนี้จะเป็นพระยอด หรือของยอดตระกูลนางกำแพงเพชร?

?พระกำแพงเม็ดมะลื่น?

พระกำแพงเม็ดมะลื่น มีพุทธลักษณะและเนื้อหาพอที่จะบรรยายเป็นเนื้อเรื่องเกร็ดความรู้ ดังต่อไปนี้
จากพุทธลักษณะของพระกำแพงเม็ดมะลื่น เป็นพระนั่งปางมารวิชัยหรือสะดุ้งมาร ประทับนั่งแบบลอยองค์อยู่บนฐานเขียง มีลักษณะพิมพ์ทรง คือ
พระเกศ มีอยู่สองลักษณะ คือพระบางพิมพ์มีพระเกศเป็นตุ้มแบบพระบูชาเชียงแสนเกศตุ้ม จะเห็นได้อย่างชัดเจน และอีกอย่างหนึ่งมีพระเกศยาว จึงกล่าวได้ว่า พระกำแพงเม็ดมะลื่นนั้นมีพระเกศอยู่สองลักษณะ คือ พระเกศแบบตุ้มเกศบัวตูม และพระเกศแบบยาว เข้าใจว่าผู้สร้างพระเครื่องสมัยก่อนคงจะนึกถึงประติมากรรมทางพระเครื่องของสมัยเชียงแสน ซึ่งกำเนิดก่อนสมัยสุโขทัย จึงมองภาพและรำลึกถึงภาพศิลปะทางพระเครื่องสมัยเชียงแสนว่ามีรูปร่างความเป็นมาอย่างไร และผู้สร้างพระพิมพ์ทรงนี้คงจะมองการณ์ไกลเพื่อให้ชนชั้นรุ่นลูกรุ่นหลานได้ตีค่าศิลปกรรมทางพระเครื่องเอาเอง เป็นการถ่ายทอดพระพุทธศาสนาไปในตัวด้วย คนโบราณนั้นฉลาดมาก จึงได้คิดสร้างพระกำแพงเม็ดมะลื่นที่มีพระเกศตุ้มเป็นในลักษณะเชียงแสน และศิลปะสุโขทัย โดยสร้างพระกำแพงเม็ดมะลื่นที่มีพระเกศตุ้มเป็นในลักษณะเชียงแสน และสร้างพระกำแพงเม็ดมะลื่นอีกพิมพ์หนึ่งเช่นกันที่มีพระเกศแหลมเป็นศิลปะสุโขทัยนับว่าเป็นความชาญฉลาดของช่างยุคสุโขทัย-กำแพงเพชรทีเดียว ซึ่งน้อยช่างนักที่มีความคิดแบบนี้

พระนาสิก พระกำแพงเม็ดมะลื่นในองค์ที่ชัดๆ และงามพอควรจะมีปรากฏพระนาสิกเห็นเป็นเส้นรางๆ เกือบลบเลือน ในองค์ที่ผ่านการใช้มาแล้วจะมองไม่เห็นเลย

พระพักตร์ ของพระกำแพงเม็ดมะลื่นจะมีลักษณะพระพักตร์คล้ายกับพระนางกำแพงเพชร และนางกลีบบัว แต่รูปทรงของพระพักตร์จะใหญ่และลึกกว่าเล็กน้อย

พระขนง มีปรากฏให้เห็นบ้างในบางองค์ แต่พระขนงจะไม่มีปรากฏให้เห็นทั้งสองข้าง โดยมากจะมีปรากฏให้เห็นเพียงข้างเดียวไม่ข้างซ้ายก็ข้างขวา แต่ลักษณะของพระขนง ไม่ค่อยชัดเจนอันเนื่องมาจากบางองค์มีพระเนตรโตเบียดบังไปหมด

พระเนตร ในพระองค์ที่ชัดๆ จะมีปรากฏพระเนตรพองโตทั้งสองข้าง แต่ลักษณะพระของพระเนตรใหญ่ข้างเล็กข้าง ไม่มีความสม่ำเสมอ จึงเอาเป็นที่แน่นอนไม่ได้ในพระพิมพ์ทรงนี้ ว่าพระเนตรข้างไหนจะใหญ่และเล็กกว่ากัน

พระโอษฐ์ ก็เช่นกันในพระพิมพ์ทรงนี้ แต่ลักษณะของพระโอษฐ์มักจะรางเลือน ไม่เหมือนพระโอษฐ์ของพระนางกำแพงเพชรซึ่งมีความคมชัดกว่า

พระกรรณ ทั้งสองข้างมีปรากฏให้เห็นแต่เพียงรำไรในส่วนบนข้างปลายตา (พระเพชร) โดยพระกรรณนั้นลักษณะแบบหูติ่งเล็กๆ เท่านั้น และถ้าไม่พิจารณาให้ดีแล้ว จะมองคล้ายเป็นว่าพระกำแพงเม็ดมะลื่นไม่มีพระกรรณ

พระศอ มีปรากฏเป็นลักษณะลำนูนๆ และกลืนหายไปกับพิมพ์ทรงเหมือนพระนางกำแพงพชร และนางกลีบบัว

พระอังสา ทางด้านซ้ายและด้านขวามีลักษณะเป็นแนวยกขึ้นน้อยๆ ทั้งสองด้าน แต่การยกขึ้นของพระอังสานั้นมีไม่มาก เพียงแต่ยกให้ได้ส่วนสัดขององค์พระเท่านั้น โดยพระอังสาทั้งสองข้างอยู่ในระดับแถวเดียวกันและชัดเจนกว่าพระตระกูลนางกำแพงเพชรทั่วๆ ไป

พระอุระ อยู่ในรูปแบบทรงอกตั้ง ในบางองค์จะเห็นพระอุระดูอวบนูนเด่นชัดเจน แต่ในทางตรงกันข้ามในบางองค์ พระอุระก็ดูตื้นและบอบบาง แต่ก็ยังทรงไว้ซึ่งพระกำแพงเม็ดมะลื่น

พระสังฆาฏิ ของพระกำแพงเม็ดมะลื่น ทั้งมีปรากฏให้เห็นชัดเจนและไม่มีปรากฏให้เห็น ในบางองค์ที่พระอุระดูลึกก็จะมีปรากฏพระสังฆาฏิ และในองค์ที่ตื้นๆ พระสังฆาฏิจะไม่ค่อยมีปรากฏให้เห็น

พระพาหา มีแนวโน้มที่เหมือนกับพระนางกำแพงเพชร โดยพระพาหาเบื้องซ้ายทอดกางออกเล็กน้อยตรงข้อศอกแล้วหักมุมลงสู่พระหัตถ์ซึ่งวางพาดอยู่บนหน้าตักตรงส่วนกลางของพระเพลาพอดี มองดูแล้วคล้ายกับพระนางกำแพงเพชร ที่มีการทอดพระพาหาเบื้องขวา วางทอดลงสู่เบื้องล่างเกือบจะเป็นแนวดิ่ง แล้ววางพระหัตถ์ขวาทาบอยู่บนพระเพลาทั้งสองข้างอยู่ในลักษณะเข่านอก

พระเพลา มีลักษณะของการซ้อนพระเพลาแบบพระนางกำแพงเพชรทั่วๆ ไป โดยเป็นลักษณะของพระเพลาขวาทับพระเพลาซ้าย
ลำพระองค์ มีทั้งแบบทรงแบบลึกและแบบตื้น และลักษณะพิมพ์ทรงก็มีลักษณะทั้งเชียงแสน และสุโขทัย จึงคิดว่าพระกำแพงเม็ดมะลื่นนั้นมองได้สองลักษณะดังกล่าวข้างต้น

พระอาสนะ ทำเป็นรูปแบบฐานเขียงหรือฐานหมอน และลักษณะของฐานนั้นจะมีความเขื่องกว่าพระนางกำแพงเพชร และนางกลีบบัวเล็กน้อย

ซุ้มเรือนแก้ว และรอยเข็มของพระกำแพงเม็ดมะลื่นไม่มีปรากฏให้เห็น และถ้ามีลักษณะทั้งสองอย่างที่กล่าวมานี้รับรองได้ว่า เก๊!! เด็ดขาด

ปีก พระกำแพงเม็ดมะลื่นนี้มีลักษณะของปีกใหญ่และกว้างมากในบางองค์และบางพิมพ์ จะมีขอบเป็นเส้นนูนที่สันของปีก และลักษณะของขอบปีกซึ่งมีเป็นเส้นนูนนั้น จะมีปรากฏเป็นบางที่เท่านั้นไม่ตลอดทั้งพิมพ์ทรง แต่ในบางองค์ลักษณะของปีกก็ดูราบเรียบ ปีกของพระกำแพงเม็ดมะลื่นนี้บางองค์มีลักษณะเกือบทรงกลม แต่ในบางองค์ก็มีลักษณะทรงเรียวใหญ่ คล้ายกับกลีบบัวใหญ่ๆ มองดูแล้วงดงามมากไปอีกรูปแบบหนึ่ง ในพระตระกูลนางกำแพงเพชร พิมพ์ทรงเม็ดมะลื่นตั้งแต่ช่วงจากองค์พระไปหาปีกจะมีลักษณะแอ่งกลางเล็กน้อย และที่สำคัญของพระกำแพงเม็ดมะลื่นก็คือ ที่ขอบของปีกจะไม่มีลักษณะของความคม จะมีก็แต่ลักษณะของความกลมกลืนกลมมนเท่านั้นจึงจะเป็นของแท้
ด้านหลัง มีลักษณะของการอูมนูนไม่มากก็น้อย แต่ให้เป็นที่น่าสังเกตว่าพระกำแพงเม็ดมะลื่นของแท้ทุกองค์จะมีลักษณะของด้านหลังอูมนูนทุกองค์ และนิ้วมือมีปรากฏให้เห็นในบางที ที่เป็นรอยแอ่งๆ ในเนื้อพระ

ลักษณะเนื้อหา

พระกำแพงเม็ดมะลื่น ของ จ.กำแพงเพชร มีขึ้นจากฝั่งทุ่งเศรษฐี ที่มีลักษณะของเนื้อหาเป็นเนื้อดินผสมว่านอย่างเดียว เนื้อชินไม่มีปรากฏ เนื้อดินนั้นเหมือนพระนางกำแพงเพชรกรุเก่าทั่วๆ ไป คือเนื้อพระมีความหนักนุ่มมากเมื่อผ่านการถูกใช้มา และเนื้อพระส่วนใหญ่จะออกสีเหลือง หรือสีพิกุลแห้งแต่เพียงอย่างเดียว ส่วนสีอื่นๆ ไม่ค่อยมีปรากฏให้เห็น ว่านดอกมะขามสีแดงมีปรากฏให้เห็นบ้างตามซอกมุมหรือตามขอบผิวของเนื้อพระ ส่วนคราบกรุนั้นมีปรากฏให้เห็นเป็นสี่เหลี่ยมนวลตามพื้นผิว แร่ทรายเงินทรายทองมีปรากฏให้เห็นบ้างในพระพิมพ์ทรงนี้
จึงพอสรุปได้ว่า มะลื่นนี้ เป็นพระเครื่องศิลปะเชียงแสนผสมสุโขทัย ที่เป็นต้นแบบของพระนางกำแพงเพชร หรือนางกลีบบัว และเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ใครไม่มียอดพระเครื่องพิมพ์ทรงนี้ ซึ่งเป็นต้นแบบของพระตระกูลนางกำแพงเพชรพิมพ์ทรงต่างๆ ทั่วๆ ไป เห็นจะคุยเรื่องพระกรุทุ่งเศรษฐีในสกุลนี้ได้ยากทีเดียว ส่วนพุทธคุณไม่ต้องพูดถึงคิดว่าเป็นยอดพุทธคุณของพระตระกูลนางฯก็แล้วกัน จึงขอให้ท่านโชคดีในการเช่าหาพระเครื่องของเมืองกำแพงเพชรโดยถ้วนหน้า

( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 1004 เดือนสิงหาคม 2551 :? พระกำแพงเม็ดมะลื่น? กำแพงเพชร? ภาพและเรื่องโดย..จ.ส.อ.เอนก เจกะโพธิ์ )

ลิขสิทธิ์ ? 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010.? Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2010 เวลา 10:07 น. )