โดย ช. ช่างแสง อยุธยา
ผู้เขียน ช.ช่างแสง อยุธยา นอนคิดอยู่หลายคืนว่าจะเขียนพระกรุนี้ดีไหม เพราะวัดยวดในปัจจุบันไม่มีให้เห็นแล้ว หลักฐานสถานที่ต้นกำเนิดพระกรุไม่มี พยานด้านสถานที่ไม่มี หลักฐานด้านพระพิมพ์มี พยานด้านบุคคลมีครบสมบูรณ์ เมื่อผู้เขียนหยั่งชั่งน้ำหนักความเป็นไปได้ จึงตัดสินใจเขียนเพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า พระพิมพ์เช่นนี้เป็นของกรุวัดยวด เป็นวัดเก่าครั้งอดีตในสมัยอยุธยาตอนต้น จากหลักฐานคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ที่มีบ้านและภูมิลำเนาอยู่ใกล้วัดร้างแห่งนี้ ครั้งอดีตเมื่อสมัย 60-70 ปีมาแล้ว
พระกรุวัดยวด เป็นพระพิมพ์ขนาดใหญ่พอควร อุดมไปด้วยศิลปะที่มีความอลังการ งดงามยิ่งนัก แม้กระทั่งผู้เขียนยังตะลึงในความงดงาม ผู้เขียนสนใจพระกรุต่างๆ ย่านอำเภอนครหลวง ผ่านสายตามาก็มากยังไม่มีพระกรุไหนของอำเภอนครหลวงงดงามเท่าพระกรุวัดยวด แต่เป็นที่น่าเสียดายที่มีพระหมุนเวียนน้อยองค์ หายากจริงๆ ส่วนมากจะเป็นพระชำรุดเสียส่วนมาก พระสมบูรณ์มีน้อย จึงไม่แพร่หลาย ทำให้นักสะสมพระเครื่องไม่รู้จัก
ผู้เขียนจึงขอบันทึกไว้ให้รู้ว่า พระพิมพ์นี้เป็นของกรุวัดยวด แตกกรุมาเมื่อ 60-70 ปีล่วงมาแล้ว เป็นพระพิมพ์ที่ได้รับคำยืนยันจากเจ้าของพระว่าเป็นพระที่ได้จากฐานพระเจดีย์เก่าวัดยวด ในสมัยที่ผู้เป็นเจ้าของพระขุดอิฐขาย จะอย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าเป็นพระพิมพ์ที่งดงาม หนึ่งเดียวที่สมบูรณ์และพบเห็น ผู้เขียนขอตั้งชื่อพระกรุวัดยวด พิมพ์นี้ว่า พระยอดขุนพลนครหลวง
วัดยวด เป็นวัดร้าง มีป่าไม้นานาพรรณขึ้นปกคลุมเต็มไปหมด โบราณสถานต่างๆ พังทรุดโทรม เหลือเพียงผนังพระอุโบสถและพระชำรุดจำพวกหินทรายแตกหักไปทั่ว ฐานพระเจดีย์โทรม เหลือเพียงผนังพระอุโบสถและพระชำรุดจำพวกหินทรายแตกหักไปทั่ว ฐานพระเจดีย์เก่ามีป่าไม้ขึ้นปกคลุมไปทั่ว ในสมัยเมื่อ 50 ปี ช่วง พ.ศ.2484-2488 เป็นช่วงที่มีการทำลายโบราณสถานกันมาก บางกลุ่มก็ขุดหาทรัพย์สมบัติ บางพวกก็ขุดอิฐขายกันเป็นอาชีพเสริม โดยมีเรือต่อไม้ขนาดใหญ่ มารับซื้อแล้วนำไปขายในกรุงเทพฯ กรุงศรีอยุธยาพังยับเยินคนไทยก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งขุดอิฐขาย หลอมโลหะเป็นแท่ง โดยนำพระบูชาต่างๆ ทั้งพระที่มีขนาดใหญ่และเล็กหลอมส่งขาย
วัดยวด ก็เป็นวัดหนึ่งที่ถูกขุดอิฐขายกันอย่างเปิดเผย เพียงเวลาไม่นานนักก็ราบเรียบเป็นหน้ากลอง เหลือเพียงรากฐานพระอุโบสถ ฐานพระเจดีย์ จากมูลเหตุการขุดอิฐครั้งนั้น ทำให้พบพระพิมพ์ที่วางตามซอกฐานพระเจดีย์ ซึ่งมีไม่มากนัก บางองค์ก็ชำรุดแตกหักเกิดจากการกระแทกขุดอิฐ ผู้พบพระกล่าวว่า เขาเป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้พบพระพิมพ์ โดยเขาไปขุดอิฐเพื่อนำไปขาย แต่เขาไม่สนใจมากนัก ได้พระมาก็โยนใส่กระบุง เพราะสมัยก่อนพระไม่มีราคาอะไรเหมือนสมัยนี้
วัดยวด อยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบางระกำ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ใกล้ๆหลังวัดบางระกำในปัจจุบัน เมื่อกล่าวถึงวัดบางระกำ เป็นวัดเก่าที่ก่อสร้างโดยอิฐจากวัดยวด มีพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ศิลปะงามยิ่งนักโดยคนโบราณเอาปูนฉาบทับองค์จริงไว้ เมื่อปูนกะเทาะจึงพบองค์จริงอยู่ภายใน บ้านผู้เขียนก็อยู่ห่างจากวัดยวดไม่มากนัก
ปัจจุบันนี้วัดยวดไม่มีอยู่ในแผ่นที่ตำบลบางระกำ แต่วัดยวดอยู่ในความทรงจำของผู้เฒ่าผู้แก่คนย่านบางระกำ หมู่ที่ 3-4 วัดยวด วัดเก่าครั้งอดีต สูญสิ้นเหลือเพียงคำบอกเล่าสืบต่อกันมา การสร้างคลองชลประทาน ทำถนน และใช้รถขุดเกรดปรับพื้นที่เพื่อจับจองทำพื้นนา ปัจจุบันไม่มีสภาพให้เห็นแล้ว กลายเป็นที่จับจองออก นส.3 แล้วก็ขายต่อไปสร้างโรงงานอุตสาหกรรม เหลือเพียงความทรงจำสมัยเมื่อ 60-70 ปีมาแล้ว และคำบอกเล่าต่อๆ กันมา
ถ้าผู้อ่านผ่านมาแถวย่านตำบลบางระกำ อำเภอนครหลวง ลองสอบถามหยั่งเชิงคนพื้นที่ดูซิว่า รู้จักวัดยวดหรือไม่ ผมเชื่อเหลือเกินว่าแทบจะไม่มีคนรู้จัก นอกจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีอายุ 60 ปีขึ้น จึงจะรู้จักว่ามีวัดยวดอยู่ย่านบางระกำ พระกรุวัดยวด เป็นพระที่แตกกรุมานานปีประมาณ 60-70 ปีมาแล้ว หาชมได้ยากยิ่ง อลังการด้วยศิลปะ งามตาด้วยพุทธศิลป์ น้อยคนนักจะได้เชยชมและพบเห็นพระกรุนี้ ซึ่งมีน้อยองค์ที่สมบูรณ์ ส่วนมากชำรุดแตกหัก
( ที่มา : ย่อจาก ลานโพธิ์ ฉบับที่ 843 เดือนพฤศจิกายน 2544 : ส่องกล้องค้นหาความงามจากวัดเก่าครั้งอดีต ที่เหลือแต่ชื่อ พระกรุวัดยวด ต.บางระกำ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ภาพและเรื่องโดย.. ช. ช่างแสง อยุธยา )
ลิขสิทธิ์ 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.
Copyright Bangkoksarn Publishing 2010. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools





แสดงความคิดเห็น