ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Sunday
Jul 27th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระกรุ เนื้อดิน พระกรุ เมืองน่าน

พระกรุ เมืองน่าน

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและเรื่องโดย พิสมร ไกรสรสีหราช

พระยอดขุนพลห้าเหลี่ยม เนื้อดิน กรุศิลาเพชร น่านเมืองน่าน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เมืองนันทบุรี เป็นนครแห่งหนึ่งอันมีความเก่าแก่ และมีอายุอันยืนยาวนานนับพันปี มีวัดวาอาราม โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่สำคัญๆ มีอยู่ทั่วๆ ไปหลายแห่ง บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองและร่วงโรยมาแล้วในอดีต บางแห่งบางที่ก็เกิดการชำรุดทรุดโทรมโดยธรรมชาติ หรือหมดอายุกาล บางครั้งถูกธรรมชาติลงโทษซ้ำอีก

เมืองน่าน เป็นเมืองเก่าแก่ สมัยล้านนา ตะวันออกในอดีต อันหมายถึงเมืองที่มีความงดงาม มีความเจริญรุ่งเรืองในพระยอดขุนพลนาน้อย พิมพ์เล็ก เนื้อชินเงิน กรุวัดนาหลวง น่านแถบลุ่มแม่น้ำน่าน ตามหลักฐานพบประวัติศาสตร์เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี พุทธศตวรรษที่ 18 พญาภูคา ได้ขยายอาณาเขต โดยส่งบุตรคือ ขุนน่าน ไปสร้าง เมืองหลวงพระบาง และ ขุนฟอง ผู้น้องสร้าง เมืองวรนคร (เมืองปัว ในเขตตำบลศิลาเพชร อำเภอปัว ในปัจจุบัน) ใน พ.ศ.1825 สมัยของ พญาการเมือง เจ้าเมืองปัว มีความสัมพันธ์อันดีกับ กรุงสุโขทัย และได้รับเชิญจาก พระมหาธรรมราชาลิไท ไปร่วมสร้างวัดที่ กรุงสุโขทัย และได้พระราชทานพระธาตุ 7 องค์ ให้แก่ พญาการเมือง มาสักการะ พญาการเมืองได้เลือก ภูเพียงแช่แห้ง เป็นที่สร้าง ภูเพียงแช่แห้ง ในปี พ.ศ.1902 และต้นพุทธศตวรรษที่ 19 พญาภูคา ได้สร้าง เมืองวรนคร ขึ้นในบริเวณที่ราบตอนบนแถบศิลาเพชร (ตำบล) หรืออำเภอปัว ในปัจจุบัน ซึ่งตรงกับ สมัยสุโขทัยและ สมัยเชียงแสน ต่อมาพญาการเมืองได้อพยพผู้คนลงมาตามลำแม่น้ำน่าน และสร้างเมืองขึ้นใหม่บริเวณ ดอยภูเพียงแช่แห้ง ในปี 1901-1911 เกิดความแห้งแล้งอันเป็นภัยธรรมชาติอย่างใหญ่หลวง เจ้าพญาผากอง แห่งราชวงศ์ภูคา ได้อพยพผู้คนไปสร้างเมืองใหม่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำน่าน บริเวณห้วยไคร้

ราวปี พ.ศ.1911 พญาผากอง บุตรของพญาการเมือง ได้ย้ายเมืองไปยังฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำน่านในปัจจุบัน เพราะเหตุว่าเมืองภูเพียงแช่แห้งอยู่บนที่เนินกันดารน้ำ และแม่น้ำน่านไหลเปลี่ยนทิศทางเมื่อย้ายเมืองแล้ว มีเจ้าเมืองปกครองสืบต่อกันมาอีกหลายองค์ จนถึง พ.ศ.2360 เกิดภัยน้ำท่วมใหญ่ บ้านเรือนราษฎร กำแพงเมือง วัดวาอารามเสียหายมาก
พญาสุมนเทวราช จึงย้ายเมืองไปอยู่ ณ เวียงเหนือ เมื่อ พ.ศ.2362 และอีก 36 ปีต่อมา เจ้าอนันตวรฤทธิเดช จึงย้ายเมืองกลับมาอยู่ ณ ที่ตั้งในปัจจุบัน และบูรณะกำแพงเมืองแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2400

พระลีลา เนื้อชิน กรุเมืองน่าน พระใบหอก เนื้อชิน กรุเมืองน่าน

ด้วยเหตุที่ เมืองน่าน มีความสัมพันธ์กับ สุโขทัยและเชียงแสน ศิลปะวัฒนธรรมของ สุโขทัยและเชียงแสน จึงมีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมและประติมากรรมของ เมืองน่าน ด้วย ดังนั้น พระพุทธรูป และพระพิมพ์ต่างๆ ที่มีศิลปะแบบสุโขทัย หรือ ศิลปะแบบสุโขทัยผสมเชียงแสน จึงพบได้ในพื้นที่ของ เมืองน่าน

พระบูชาศืิลปะว่าน แบบสิงห์ 1 เนื้อสัมฤทธิ์เมืองน่าน หรือ นันทบุรี มีเจ้าผู้ครอง นครนันทบุรี ติดต่อกันมาถึง พ.ศ.2474 รวมเจ้าผู้ครองนครนับแต่สมัยโกสินทร์ 9 องค์ โดยมี เจ้ามหาพรหมสุรธาดา เป็นเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย

ประชากร จังหวัดน่าน มีหลายเชื้อชาติ ส่วนใหญ่เป็นคนพื้นเมือง ล้านนาไทย ประมาณ 87% และมีชนกลุ่มน้อยหลายเผ่าพันธุ์ อาทิเช่น ม้ง เย้า ขมุ ลั๊ว ถิ่น ผีตองเหลือง ร้อยละ 13

ทิศเหนือและทิศตะวันออก ติดต่อกับ ประเทศสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว (ส.ปป.ล) มีแนวความยาวตามเขตแดน 277 กม. ทิศตะวันตกติดต่อกับ จังหวัดพะเยา ทิศใต้จดกับ จังหวัดแพร่ และ จังหวัดอุตรดิตถ์
เมืองน่าน มีโบราณสถาน โบราณวัตถุมากมาย และ พระกรุ ที่สำคัญๆ หลายแห่ง เท่าที่จดจำได้คือ
1. พระกรุ วัดแสนตาห้อย
2. พระกรุ วัดเชียงของ
3. พระกรุ วัดพวงพยอม
4. พระกรุ วัดพระยาวัด
5. พระกรุ วัดบ่อสวก
6. พระกรุ วัดพญาภู
7.?พระกรุ วัดห้วยไคร้ หรือ พระกรุ โรงภาพยนตร์เวียงฟ้า
8. พระกรุ วัดเมืองสวด
9. พระกรุ วัดบ้านซ้อ
10. พระกรุ วัดตาแก้ว
11. พระกรุ วัดพระเจ้าทองทิพย์
12. พระกรุ ศิลาเพชร
13. พระกรุ ดู่พงศ์
14. พระกรุ เมืองจัง
15. พระกรุ วัดนาหลวง หรือ พระกรุ นาน้อย อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

กรุพระ วัดนาหลวง บ้านนาหลวง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็น พระกรุ อีกกรุหนึ่งที่น่าสนใจ พระเครื่องที่พบจากกรุนี้ เป็นพระเนื้อชินเงินมีดินรวมอยู่บ้าง พบจากพระเจดีย์ที่ปรักหักพังของ วัดนาหลวง มีลักษณะคล้ายซุ้มกอไผ่ องค์พระประทับนั่งสะดุ้งมาร ( มารวิชัย ) ฐานอาสนะรองรับองค์พระเป็นเหลี่ยม เป็นยันต์ยามอุบากอง มีหลายขนาด ทั้งแบบเล็ก กลาง ใหญ่ และมี พระว่านผสมผง ใหญ่สวยงามมาก สำหรับ พระยอดขุนพล เนื้อชิน ที่ท่านเห็นในรูปนี้มีประมาณ 1 พันองค์ ผิวสนิมแบบตีนกา มีพระพักตร์ชัดเจน พระเนตร (ตา) โปนปลิ้น พระอุระ (อก) นูน ผนังด้านหลังพระเกตุมาลามีประภามณฑล ข้างๆ มีใบบัวและรัศมี บางองค์มีการลงรักปิดทองร่องชาด ก่อนลงกรุอีกด้วย ภาพพระมีลักษณะเป็นภาพนูนต่ำ ด้านหลังเรียบ บางองค์มีรอยระเบิด บางองค์ไม่มี

ขนาดกว้างที่ฐาน 2.5 ซม. 3.2 ซม. สูง 4 ซม. ถึง 6.8 ซม. พระกรุ นี้ได้จาก กรุพระเจดีย์ ที่ชำรุดหักพังโดยธรรมชาติจาก วัดนาหลวง อำเภอนาน้อย ซึ่งบรรจุอยู่ในบาตรใหญ่ มีพระบูชาประเภท หินหยก พระเงิน พระทอง และพระอื่นๆ จำนวนหนึ่ง ล้อมรอบบริเวณของคูหาขององค์พระเจดีย์ พระที่พบมีทั้งสวยบ้าง ไม่สวยบ้าง ชาวบ้านใกล้เคียงวัดเรียก พระกรุ นี้ว่า พระยอดขุนพล กรุนาน้อย เป็น พระสกุลช่างเชียงแสน หรือชาวพื้นบ้าน อำเภอนาน้อย นั่นเอง แบ่งได้เป็นสามพิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก เรื่องสนนราคาแพงครับ เรื่องพุทธคุณดีเด่นด้วยประการทั้งปวง

( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 1108 เดือนมกราคม 2556 : พระกรุ เมืองน่าน เรื่องและภาพโดย พิสมร ไกรสรสีหราช )

ลิขสิทธิ์? 2013 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์ บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือ คัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2013. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 03 มกราคม 2013 เวลา 22:25 น. )