ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Monday
May 21st
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก เที่ยวไป-ทำบุญไป สถูป ยมกปาฏิหาริย์

สถูป ยมกปาฏิหาริย์

อีเมล พิมพ์ PDF

สถูปยมกปาฏิหาริย์สถูป ขนาดใหญ่ที่เหลือเป็นเพียงเนินดิน มองดูสูงกว่าที่ใดๆ ในนครสาวัตถี อยู่ข้างทางระหว่างเมืองพาลัมปุระกับเมืองสราวัสสติ นับจากพระเชตวันมหาวิหารประมาณ 2 กม.ครึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า สวนมะม่วงของคัณฑะ สันนิษฐานว่าสถานที่นี้คือที่ ที่พระบรมศาสดาทรงแสดง ยมกปาฏิหาริย์

ในอรรถกถาธรรมบทเล่าไว้ว่า สมัยนั้นในกรุงสาวัตถี ลาภสักการะอันเคยบริบูรณ์แก่เหล่าเดียรถีย์ได้เสื่อมถอยลงเป็นลำดับ เพราะมหาชนหันมานับถือพระพุทธศาสนามากขึ้น เป็นเหตุให้พวกเดียรถีย์หาทางทำลายพระพุทธศาสนาทุกวิถีทาง พวกเดียรถีย์มีความเห็นพ้องกันว่า สาเหตุเพราะสำนักของพระสมณโคดมเป็นทำเลที่ดี การคมนาคมสะดวกแก่เหล่าชนที่จะไปฟังธรรม ลาภสักการะจึงเกิดแก่พระสมณโคดมมากมาย เหล่าเดียรถีย์จึงคิดสร้างสำนักของตนขึ้น ณ หลังพระเชตวันวิหาร ได้นำเครื่องบรรณาการไปถวายแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล แล้วขอพระราชทานที่ดินเพื่อสร้างสำนักของตน

ขณะดำเนินการก่อสร้าง พระพุทธองค์ทรงดำริว่า การนี้อาจเป็นเสี้ยนหนามต่อพระศาสนาในอนาคต จึงให้พระอานนท์ไปทูลพระเจ้าปเสนทิโกศล

พระเจ้าปเสนทิโกศลปฏิเสธไม่ยอมให้เข้าพบ ไม่ว่าจะเป็นพระอานนท์ พระสารีบุตร หรือ พระโมคคัลลานะ พระบรมศาสดาจึงต้องเสด็จไปด้วยพระองค์เอง พระพุทธองค์เสด็จไปแล้วไม่ตรัสถามความใด แต่ทรงยกภรุชาดกเป็นอุทาหรณ์ว่า ในอดีตมีนักบวช 2 พวก พำนักอยู่ ณ โคนต้นไทร พวกหนึ่งอยู่ทางทิศเหนือ พวกหนึ่งอยู่ทางทิศใต้ ต่อมาต้นไทรทางทิศใต้เกิดเหี่ยวแห้งตายหมด จึงอพยพไปทางทิศเหนือ ประสงค์จะไปอยู่ ณ ที่นั้น เกิดการทะเลาะกับพวกที่อยู่ก่อน เพราะการแย่งที่พำนัก จึงพากันไปให้พระราชาแห่งกรุงภรุตัดสิน นักบวชฝ่ายหนึ่งได้ถวายเรือสำหรับเป็นราชพาหนะแก่ภรุราชา

พระราชาตัดสินให้ฝ่ายที่มอบเรือเป็นผู้ชนะ ด้วยความลำเอียงทำให้เทวดาที่อยู่ในภรุรัฐทั้งสิ้นโกรธ เพราะเหตุที่พระราชาทำให้ผู้มีศีลทะเลาะกันด้วยอำนาจแห่งฉันทาคติ เทวดาจึงบันดาลให้เมืองภรุจมลงไปใต้ทะเล ประสบความพินาศอย่างใหญ่หลวง ล่มจมลงทั้งแว่นแคว้น

พระเจ้าปเสนทิโกศลได้สดับดังนั้น จึงมีรับสั่งให้ขับนักบวชเหล่านั้นออกไป แล้วทรงสร้างที่นั้นให้เป็นอารามสำหรับภิกษุณี พระราชทานนามว่า ราชการาม กรุงสาวัตถีจึงมีอารามเกิดขึ้นใกล้พระเชตวันวิหารด้วยเหตุนี้

พระพุทธองค์เสด็จไปยังกรุงสาวัตถี รับสั่งกับพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า พระองค์ทรงมีพระประสงค์จะแสดง ยมกปาฏิหาริย์ ณ ชานกรุงสาวัตถี ในวันเพ็ญ เดือน 8 พระบรมศาสดาทรงกระทำ ยมกปาฏิหาริย์ ต่อคำท้าทายของพวกเดียรถีย์นิครนถ์ ซึ่งเป็นการแสดงครั้งสำคัญ และครั้งสุดท้ายของพระบรมศาสดา ทำให้ประชาชนชาวเมืองสาวัตถีเกิดความตื่นเต้นในอภินิหารของพระบรมศาสดา และทำให้ลัทธิศาสนาอื่นๆ ในนครสาวัตถีเสื่อมลงไป ใครๆ ก็พากันมาสนใจกับพระพุทธศาสนามากขึ้น

เวลานั้นประชาชนมาชุมนุมรอดูปาฏิหาริย์ของพระพุทธองค์อย่างหนาแน่น พระผู้มีพระภาคทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ คือ ปาฏิหาริย์คู่ เช่น ทำให้ไฟพุ่งออกจากพระกายเบื้องบน น้ำพุ่งออกจากพระกายเบื้องล่าง ไฟพุ่งออกจากพระกายเบื้องหน้า น้ำพุ่งออกจากพระกายเบื้องหลัง ไฟพุ่งออกจากพระหัตถ์เบื้องซ้าย น้ำพุ่งออกจากพระหัตถ์เบื้องขวา น้ำพุ่งออกจากพระกรรณซ้าย ซึ่งพวกเดียรถีย์นิครนถ์ไม่มีปัญญาทำได้เลย ต้องแตกพ่ายแพ้ไปอย่างไม่เป็นท่า

( ที่มา: ลานโพธิ์ ฉบับที่ 1083 เดือนธันวาคม 2554 : สถูป ยมกปาฏิหาริย์ )

ลิขสิทธิ์  2011 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมล หรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2011. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 21 ธันวาคม 2011 เวลา 15:04 น. )