ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Tuesday
Feb 07th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระเกจิอาจารย์ สายตะวันออก-ตก-กลาง พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) วัดพวงมาลัย อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) วัดพวงมาลัย อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและเรื่องโดย..สรพล โศภิตกุล

เหรียญปั๊มพระพุทธ พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) เหรียญปั๊มพระพุทธ พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) วัดพวงมาลัย ระบุว่า เกิดเมื่อปีมะแม พ.ศ. 2393 ที่ตำบลบางแค อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลบางด้านระบุว่า ปีมะแมนั้นตรงกับปี พ.ศ.2390 และระบุว่า วันเดือนปีเกิดของหลวงพ่อแก้วนั้นน่าจะเป็น วันพฤหัสบดี เดือนอ้าย ปีระกา ตรงกับปี พ.ศ.2392 เป็นบุตร นายเทียน และ นางกัน มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด คนโตชื่อ เกตุ คนกลาง คือ หลวงพ่อแก้ว และคนสุดท้องชื่อ เทียน

ในบันทึกประวัติหลวงพ่อแก้ว มีบางท่านกล่าวถึงหลวงพ่อบ่ายแห่งวัดช่องลมว่า เป็นน้องชายของหลวงพ่อแก้ว และได้เดินธุดงค์มาจากจังหวัดเพชรบุรีด้วยกัน กระทั่งได้มาครองวัดช่องลมตามคำอาราธนานิมนต์ของชาวบ้าน โดยความเป็นจริงสำหรับหลวงพ่อบ่ายแล้วนั้น เป็นบุตรกำพร้าเกิดที่จังหวัดเพชรบุรี พี่ชายของหลวงพ่อแก้ว คือนายเกตุ ซึ่งอยู่ที่จังหวัด
เพชรบุรีได้รับเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม

?

พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) วัดพวงมาลัย เจดีย์หงษา วัดพวงมาลัย ที่หลวงพ่อแก้วสร้าง

ในวัยเด็กของหลวงพ่อแก้ว ได้ศึกษาวิชาจากบิดา ซึ่งกล่าวว่าเคยเป็นทหารสังกัดวังหน้า มีวิชาแก่กล้าเชี่ยวชาญในคาถาอาคม และเป็นทหารคนโปรดของวังหน้า เป็นคนอยู่ไม่เป็นที่ เนื่องเพราะร้อนวิชามักจะออกจากวังเสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือกลางคืน นึกอยากจะออกก็ออกเลย โดยมากมักจะปีนกำแพงหนี และถูกไล่ยิงทุกครั้ง แต่หาได้รับอันตรายไม่ แต่เมื่ออายุมากขึ้น จึงได้ลาออกจากราชการมาอยู่ที่หมู่บ้านบางแค อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

หลวงพ่อแก้วบรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุได้ 10 ปี ที่วัดบางแคใหญ่ และได้อุปสมบทที่วัดเดียวกัน โดยมี หลวงพ่อเพ็ง วัดบางแคใหญ่ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังอุปสมบทได้ 1 พรรษา ได้ย้ายไปอยู่กับ พระอาจารย์เกตุ ผู้เป็นพี่ชาย และได้อุปสมบทอยู่ที่ วัดทองนพคุณ ตำบลบางจาก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลวัดพวงมาลัยจะเห็นความแตกต่างไปจากที่กล่าวถึงข้างต้น กล่าวคือ ในหนังสือ ?ประวัติวัดจังหวัดสมุทรสงคราม? ซึ่งเรียบเรียงในสมัยพระครูสมุทรสุนทร (แขก สาสนปชฺโชโต) เป็นเจ้าอาวาสเมื่อปี พ.ศ.2505 มีความว่า

?ท่านพระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก เดิมท่านเป็นชาวเพชรบุรี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรมาตั้งแต่เล็ก จนอายุครบอุปสมบท ท่านก็ได้อุปสมบทที่จังหวัดเพชรบุรี และต่อมาท่านได้ย้ายมาอยู่วัดช่องลม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ต่อมาเมื่อท่านสัสดีพ่วงและนางมาลัยได้สร้างวัดพวงมาลัยขึ้น จึงได้อาราธนาท่านมาเป็นเจ้าอาวาสและท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ประมาณ 31 พรรษา

และท่านก็ได้มรณภาพเมื่ออายุได้ 69 ปี ท่านมรณภาพเมื่อ พ.ศ.2461? ซึ่งก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับหลวงพ่อแก้วมากนัก ซ้ำยังคลาดเคลื่อนไปเสียด้วยซ้ำ เพราะกล่าวกันโดยความเป็นจริงจากข้อมูล โดยเฉพาะจากลูกหลานของหลวงพ่อแก้วซึ่งเป็นเครือญาติกันแล้ว ที่กล่าวว่าหลวงพ่อแก้วเป็นคนเพชรบุรีนั้น เป็นที่เข้าใจผิด

เหรียญหล่อพระพุทธ พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) พิมพ์เศียรโล้น เหรียญหล่อพระพุทธ พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) พิมพ์เศียรโล้น

เหรียญหล่อพระพุทธ พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) พิมพ์เศียรแหลม เหรียญหล่อพระพุทธ พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) พิมพ์เศียรแหลม

เหรียญหล่อพระพุทธ พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) พิมพ์ข้ามฟาก เหรียญหล่อพระพุทธ พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) พิมพ์ข้ามฟาก

เนื่องเพราะวงศาคณาญาติของหลวงพ่อแก้วยังมีอยู่ในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยเฉพาะลุงเสย ทองพันธุ์ หลานของหลวงพ่อแก้ว มีภูมิลำเนาอยู่ที่คลองบางประจันต์ ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงครามอีกปัญหาหนึ่งเกี่ยวกับประวัติของหลวงพ่อแก้ว ซึ่งออกจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับพระเกจิอาจารย์ในยุคเก่าๆ ที่ขาดการบันทึกหลักฐาน ทำให้อัตโนประวัติที่เขียนขึ้นในชั้นหลังๆ ต้องค้นหาจากบุคคลที่มีชีวิตอยู่ทันห้วงชีวิตของหลวงพ่อแก้ว หรือจากหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวพันถึงกันบ้าง

สมณศักดิ์ ?พระครูวินัยธรรม? ของหลวงพ่อแก้วนั้น อาจารย์เภา ศกุนตะสุต เคยกล่าวไว้ว่าเป็นฐานานุกรมของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปาน) วัดพระเชตุพนฯ ทั้งยังระบุว่า พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปาน) เป็นชาวบางช้างดังใหนังสือ ?เรื่องตั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ในกรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม 1? กล่าวถึงประวัติพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปาน) ว่า

?พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ วัดพระเชตุพนฯ นามเดิมว่า ปาน เป็นชาวบ้านบางช้าง แขวงจังหวัดสมุทรสงคราม เกิดในรัชกาลที่ 3 เมื่อ ณ วันพฤหัสบดี เดือน 8 ขึ้น 4 ค่ำ ปีชวด จุลศักราช 1190 พ.ศ.2371?

รูปปั้นหลวงปู่แจ้ง วัดประดู่ พิพิธภัณฑ์วัดประดู่ ซึ่งจัดแสดงสิ่งของที่ระลึกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานเมื่อครั้งเสด็จประพาส พิพิธภัณฑ์วัดประดู่ ซึ่งจัดแสดงสิ่งของที่ระลึกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานเมื่อครั้งเสด็จประพาส

อย่างไรก็ตามสันนิษฐานว่าสมณศักดิ์พระครูวินัยธรรม ซึ่งเป็นฐานานุกรมของเจ้าคณะมณฑลของหลวงพ่อแก้วน่าจะเป็นฐานานุกรมของพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่งที่เกี่ยวข้องอยู่กับเมืองสมุทรสงคราม และน่าจะเป็นเจ้าคณะมณฑลราชบุรี ที่ดูแลรับผิดชอบกิจการคณะสงฆ์เมืองราชบุรี เมืองเพชรบุรี เมืองกาญจนบุรี เมืองสิงคบุรี เมืองศรีสวัสดิ์ เมืองไทรโยค และ
เมืองสมุทรสงคราม แต่จะเป็นช่วงเวลาใด ไม่อาจสรุปได้แน่ชัด

อย่างไรก็ตามในหนังสือ ?พระมหาสมณศาสน เล่ม 1 เกี่ยวกับการพระศาสนา? อันเป็นพระมหาสมณศาสนของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ปรารภรายงานของเจ้าคณะต่างๆ ระหว่างปี พ.ศ.2455-2461 มีความตอนหนึ่งในพระมหาสมณศาสน ฉบับที่ 24 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2457 ถึงพระธรรมวโรดม เจ้าคณะรองหนใต้ ผู้บัญชาการคณะมณฑลราชบุรี ซึ่งสันนิษฐานว่าพระครูวินัยธรรม (แก้ว) น่าจะเป็นฐานานุกรม

กล่าวสำหรับพระธรรมวโรดมที่ระบุในพระมหาสมณศาสน คือ พระธรรมวโรดม (จ่าย ปุณฺณทตฺโต) วัดเบญจมบพิตร ต่อมาสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์ แล้วเลื่อนเป็น สมเด็จพระวันรัต มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2471 ในปี พ.ศ.2459 หลวงพ่อแก้วได้จัดสร้างเหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงพ่อแก้วขึ้นมา มีด้วยกัน 2 บล็อก คือ บล็อกวัด อันเป็นบล็อกนิยม หรือพิมพ์นิยม และอีกบล็อกหนึ่งคือ บล็อกวัง วังที่ว่า คือ ?วังบูรพา? ของสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ซึ่งทรงเคารพนับถือหลวงพ่อแก้วเป็นอย่างมาก

?บล็อกวัง? นั้นทางเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ในวังบูรพาได้ให้ช่างแกะพิมพ์จัดสร้างขึ้นมา เหมือนกับ ?บล็อกวัด? จะแปลกต่างไปจากกันตรงเส้นสายลายเส้นเท่านั้น และมีบางท่านกล่าวว่าเหรียญบล็อกวังนั้นไม่ทันหลวงพ่อแก้ว แม้บนเหรียญจะระบุว่าสร้างปี พ.ศ.2459 ก็ตาม ด้วยเหตุดังกล่าวความนิยมจึงลดหลั่นจากเหรียญบล็อกวัดไป แต่ความสวยงามของแบบพิมพ์แล้ว

?บล็อกวัด? สู้ ?บล็อกวัง? ไม่ได้แน่นอน

เหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงพ่อแก้ว เป็นเหรียญรูปไข่ใหญ่ สร้างด้วยเนื้อทองแดง ด้านหน้า ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อแก้วนั่งท่าสมาธิเต็มรูป รอบรูปเหมือนเป็นลายช่อดอกไม้แบบพวงมาลัย เหนือศีรษะเป็นตัว ?อุณาโลม? พร้อมอักขระขอมโดยรอบว่า ?พุทยัด ธา ปิด ยะอุด นะอุด โมอัด? และปี พ.ศ. ที่สร้าง ?๒๔๕๙?

?

เหรียญปั๊มรูปเหมือนพระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) บล็อกวัด เหรียญปั๊มรูปเหมือนพระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) บล็อกวัด

เหรียญปั๊มรูปเหมือนพระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) บล็อกวัง เหรียญปั๊มรูปเหมือนพระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) บล็อกวัง

เหรียญหล่อรูปเหมือนพระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) ออกวัดเขาอีโก้ เหรียญหล่อรูปเหมือนพระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) ออกวัดเขาอีโก้

ด้านหลัง เป็นอักขระขอม โดยตรงใต้หูเหรียญเป็นตัว ?อุณาโลม? ตรงกลางคือ ?ภู ภี ภุ ภะ? ส่วนแถวล่างนั้นเป็นนามฉายาว่า ?พรหมสโร? ปี พ.ศ.2459 นอกเหนือจากสร้างเหรียญปั๊มรูปเหมือนแล้ว ยังได้สร้าง เหรียญปั๊มพระพุทธ ขึ้นมาด้วย ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับเหรียญปั๊มรูปเหมือน หากด้านหน้าตรงกลางเป็นรูปจำลอง พระพุทธปฏิมากร ปางสมาธิ

ในปี พ.ศ.2460 ยังได้นำเหรียญปั๊มรูปเหมือนบล็อกวัดไปถอดแบบ แล้วหล่อขึ้นเป็นเหรียญหล่อ ออกที่วัดเขาอีโก้ จังหวัดเพชรบุรี ส่วน เหรียญหล่อพระพุทธ นั้น ชาวบ้านได้พากันนำทองเหลือง ทองแดง มาบริจาคร่วมสร้าง เมื่อปี พ.ศ.2460 มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์เศียรแหลม และพิมพ์เศียรโล้น ด้านหน้า เป็นรูปองค์พระพุทธปฏิมากร ปางสมาธิ ประทับบนอาสนะฐานบัวเม็ด มีอักขระขนาบข้าง ด้านหลัง เป็นอักขระยันต์ อ่านว่า

?อุดธัง อัดโธ นะ โม พุท ธา ยะ นะ มะ พะ ธะ นะ อุด โม อัด?

เหรียญมีกระแสเนื้อออกเหลืองอมแดง เป็นเหรียญที่สร้างขึ้นจากการหล่อ พื้นผิวติดไม่ชัดเท่าที่ควร แต่ก็มีความงามในอีกมิติหนึ่ง การพิจารณาจึงจำเป็นต้องศึกษาดูเนื้อหาความเก่า และกระแสโลหะ ตลอดจนพิมพ์ทรง ยังมีเหรียญหล่ออีกพิมพ์หนึ่ง ที่นักสะสมพระเครื่องเรียกขานกันว่า ?เหรียญข้ามฟาก? แท้จริง คือ เหรียญหล่อใบสาเกเล็ก ซึ่งต่อมาหลวงพ่อบ่ายได้ถอดพิมพ์สร้างขึ้นในห้วงระยะที่ท่านได้ข้ามฟากกลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลม เมื่อปี พ.ศ.2464 โดยก่อนหน้าได้ไปรักษาการเจ้าอาวาสวัดพวงมาลัย

วัดพวงมาลัย

เหรียญหล่อใบสาเกเล็กของหลวงพ่อแก้ว ได้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2459-2460 เพื่อสมนาคุณแก่ผู้บริจาคร่วมสร้างอุโบสถหลังใหม่ของวัดพวงมาลัย

( ที่มา: ย่อจาก ลานโพธิ์ ฉบับที่ 1047 เดือนพฤษภาคม 2553 : พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) วัดพวงมาลัย จ.สมุทรสงคราม ภาพและเรื่องโดย..สรพล โศภิตกุล )

ลิขสิทธิ์ ? 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010.? Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2010 เวลา 06:30 น. )