ภาพและเรื่องโดย นายแพทย์ จรัญ ชัยศิริ
เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ ต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ.2544 ผู้เขียนกับคุณนิยต เสตสุวรรณ เดินทางด้วยพาหนะฮอนด้า ขับเคลื่อนสี่ล้อคันโปรด ตรงไปสู่ วัดพระญาติการาม เลขที่ 15 หมู่ที่ 5 ตำบลไผ่ลิง อำเภอ พระนครศรีอยุธยา ที่ตั้งอยู่ริมถนน ใกล้ทางแยกที่ตัดตรงสู่สะพานปรีดี-ธำรง ข้ามไปตัวเกาะกรุงเก่าหรือ พระนครศรีอยุธยา พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่ม กว้างขวางร่มเย็น เพราะมีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 9 ไร่ 3 งานเศษ บริเวณวัดสะอาดสะอ้าน ร่มรื่นดี มีพระอุโบสถหลังใหญ่ กว้าง 8 เมตร ยาว 23 เมตรเศษ
โครงสร้างก่ออิฐถือปูน มั่นคงแข็งแรง มีศาลาการเปรียญ กว้าง 22 เมตร ยาว 26 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตผสมไม้เนื้อแข็งกว้างขวางใช้งานได้อเนกประสงค์มาช้านานแล้ว นับแต่สมัยท่านพระครูศีลกิติคุณ (หลวงพ่ออั้น คนฺธาโร) เป็นเจ้าอาวาส วัดนี้สืบต่อจาก หลวงพ่อกลั่น ธมฺมโชติ ในปี พ.ศ.2477 และทำการฌาปนกิจ หลวงพ่อกลั่น ในปี พ.ศ.2479 แล้วบริเวณรอบวัดนี้เทคอนกรีตเป็นลานจอดรถได้นับร้อยคัน เชื่อมต่อกับกุฏิสงฆ์ จำนวน 27 หลัง และหอระฆัง วัดพระญาติการาม ชาวบ้านนิยมเรียก วัดพระญาติ มาช้านานแล้ว
เมื่อสมัย หลวงพ่อกลั่น ธมฺมโชติ เป็นเจ้าอาวาสวัด ท่านได้สร้างและปลุกเสก เหรียญ หลวงพ่ออุปัชฌาย์กลั่น วัดพระญาติ รุ่นแรก ปี พ.ศ.2469 เหรียญนี้จัดเป็นเหรียญยอดนิยม ที่มีผู้ยกย่องเป็นเหรียญพระคณาจารย์ชื่อดังอันดับหนึ่งของเมืองไทย เหรียญสภาพงามคมกริบมีสนนราคาหลายแสนบาท ก็ยังมีผู้กล้าเช่าบูชาและเสาะแสวงหากันอยู่ทุกยุคทุกสมัย เหรียญนี้มีเนื้อทองแดง เนื้อเงินมีจำนวนน้อย และยังมีเหรียญฉลุ ซึ่งเป็นเหรียญเงิน และฉลุเฉพาะองค์ท่านเป็นเนื้อทองคำ ปะลงไปบนด้านหน้าเหรียญ มีจำนวนน้อยที่สุด นอกจากนี้ เหรียญนากก็มีผู้เคยพบเห็นมาแล้ว
หลวงพ่อกลั่น ธมฺมโชติ ท่านเกิดที่บ้านอรัญญิก บ้างว่าท่านเป็นคนบ้านท่าหลวง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา อาจารย์เภา ศกุนตสุต อายุ 59 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญเรื่อง เหรียญพระคณาจารย์ เป็นอย่างมาก ยากที่จะหาตัวจับได้ เมื่อสมัย 30 ปีก่อน เคยเล่าให้ฟังและตีพิมพ์ไว้ใน หนังสือประวัติเหรียญดัง โดย อาจารย์เภา จึงใคร่ขออนุญาตคัดมาบางตอน ดังต่อไปนี้ หลวงพ่อกลั่น ท่านเกิดที่บ้านอรัญญิก อยุธยา เมื่อปีมะเส็ง เดือนอ้าย วันพฤหัสบดี พ.ศ. 2400 โยมบิดาชื่อ อิน โยมมารดาชื่อ ชั้น ท่านเป็นบุตรหัวปี ยังมีพี่น้องร่วมบิดา-มารดาอีก 3 คน
เมื่อยังเยาว์เป็นเด็กมีสติปัญญา ใจกล้าบึกบึน จะเล่นจะหัวอะไรมักจะเป็นหัวหน้าเด็กๆด้วยกัน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นลูกพี่ เดิมชื่อเด็กชายอู๊ด แต่พ่อ-แม่เห็นว่าท่านเฉลียวฉลาดกล้าหาญ เลยเปลี่ยนเสียใหม่ว่ากลั่น และก็กลั่นสมชื่อ พออายุสมควรบิดาได้นำไปฝากเรียนหนังสือไทยและขอม สำนัก วัดประดู่ทรงธรรม อันเป็นสำนักที่มีชื่อเสียง นอกจากเรียนหนังสือแล้วก็เรียนการช่างต่างๆ ควบคู่กันไป
อาจารย์ของท่านชื่อ หลวงพ่อม่วง หลวงพ่อม่วงองค์นี้มีศักดิ์เป็นหลวงอาของ เจ้าคุณพระวิสุทธาจารเถระ (เลื่อง) เจ้าคณะเมืองอยุธยา มีชื่อดังในทางวิปัสสนาธุระ เคยทำตะกรุดพิชัยสงครามถวายรัชกาลที่ 5 และ หลวงพ่อม่วงเป็นอาจารย์ทางรุกขมูลธุดงค์ ก็มีวิชาไสยศาสตร์เวทมนต์อาคมขลังมาก เมื่อเรียนหนังสือจนอ่านออกเขียนได้ ก็ลาออกมาช่วยบิดา-มารดาประกอบอาชีพ อันชาวทุ่งอรัญญิกนอกจากจะทำนาแล้ว ยังทำมีดรุกขมูลธุดงค์ ก็มีวิชาไสยศาสตร์ เวทมนต์อาคมขลังมาก
เมื่อเรียนหนังสือจนอ่านออกเขียนได้ก็ลาออกมาช่วยบิดา-มารดาประกอบอาชีพ อันชาวทุ่งอรัญญิกนอกจากจะทำนาแล้ว ยังทำมีดทำดาบเครื่องเหล็กต่างๆ มีชื่อเสียงมาก เนื่องจากการทำมีด ทำดาบ จึงทำให้เด็กชายกลั่น อายุเวลานั้น 14 ขวบ สนใจในทางเพลงอาวุธ จึงไปสมัครเป็นศิษย์ครูยอด ซึ่งเป็นครูกระบี่กระบองชื่อดังในยุคนั้น ได้ฝึกหัดจนมีความชำนิชำนาญ เคยไปออกงานกับอาจารย์ จนอาจารย์ออกปากว่า การร่ายรำก็สวย วิธีพลิกแพลงไหวพริบในการต่อสู้หลักแหลมมาก ไม่ว่าจะเป็นงานบวชนาค โกนจุก งานรื่นเริงใด จัดว่าท่านเป็นดาราในทางกระบี่กระบองทีเดียว
เคยเข้าประชันกับกระบี่กระบองสำนักอื่นๆ ได้กำชัยชนะมาสู่คณะของท่านหลายหนหลายครั้ง ทั้งนี้เพราะครูยอดได้ตำราสืบมาจาก หลวงศรียศ ครูดาบมีชื่อในแผ่นดิน สมเด็จพระนารายณ์มหาราช อันหลวงศรียศ ตามพงศาวดารอยุธยากล่าวว่า อยู่ยงคงกระพันชาตรี เคยทดลองฝีมือ ดาบ หอก ทวน กับ พระยาสีหราชเดโช (น้อย) ซึ่งเป็นทหารเอกของ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
พออายุครบบวช บิดา-มารดาได้นำไปอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดโลกยสุธาศาลาปูน โดยมี พระญาณไตรโลก (สอาด) ต่อมาเป็นพระธรรมราชานุวัตร (อาจ) เจ้าคณะใหญ่อยุธยา เป็นพระอุปัชฌายะ พระครูกุศลธรรมธาดา วัดขุนยวน (วัดพรหมนิวาส) กับ พระอธิการชื่น วัดพระญาติฯ เป็นคู่สวด ได้ฉายาว่า ธมฺมโชติ แปลว่า เป็นผู้สว่างในทางธรรม เดิมทีกะว่าจะบวชที่ วัดประดู่ทรงธรรม แต่ญาติพี่น้องอยู่ใกล้ทางวัดศาลาปูน และคุ้นเคยนับถือเจ้าคุณวัดศาลาปูน จึงอนุโลมเพื่อความสะดวก บวชแล้วได้ทำอุปัชฌายวัตร อาจริยวัตร ตามธรรมเนียมพระนวกะผู้บวชใหม่ แล้วศึกษาพระธรรมวินัย ได้มาจำพรรษากับ พระอธิการชื่น คู่สวด ที่ วัดพระญาติการาม ท่านเก่งทางหนังสือใหญ่ (หนังสือขอม) แตกฉานมาก จนคนทั้งหลายสงสัยว่าจะมีเชื้อเขมร นอกจากศึกษาพระธรรมวินัย ท่องบ่นสวดมนต์จนจบ พระปาติโมกข์ แล้วเริ่มเรียนทาง กัมมัฏฐาน วิปัสสนาธุระ ได้ฝึกฝนจนมีพลังจิตสูง
ครั้น พระอธิการชื่น มรณภาพลง ทางการเห็นคุณงามความดีของท่านก็ตั้งให้เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส เป็นเจ้าคณะตำบล และเป็นพระอุปัชฌายะ ตามลำดับปีหนึ่งๆ บวชพระแทบไม่มีเวลาว่าง เวลาสึกก็มีพระมาสึกกับท่านหลายหัวเมือง ด้วยน้ำมนต์และเครื่องรางของขลังดังมาก วิชาของสำคัญคือ ชักยันต์เข้าตัว มหาทมึนเฮกังถุง เอาหินทุ่ม จนหินเบาเป็นนุ่น มีคนมาขอเรียนกันมาก กรมหลวงชุมพรเขตต์อุดมศักดิ์ ก็เคยมาขอเรียนจากท่าน และขอ ตะกรุดมหารูด จากท่านไว้ติดพระองค์เป็นประจำ เคยมีคนถามท่านว่า พระเครื่องเมืองอยุธยาจะใช้อะไรถึงจะอยู่คงกระพัน ท่านตอบทันทีว่า มันต้องปรุหนัง วัดตะไกร และคลองตะเคียน ท่านเคยเห็นมาแล้ว
ครั้น พ.ศ.2469 ได้มีการปฏิสังขรณ์ พระอุโบสถ พระอาจารย์อั้น ต่อมาเป็น พระครูศีลกิติคุณ ศิษย์เอกของท่าน ได้ไปขออนุญาตออกเหรียญรูปท่าน เป็น เหรียญ เสมา ห่มลดไหล่ นั่งสมาธิเต็มองค์ ด้านหน้ามีอักษรไทย พ.ศ.2469 บอกชื่อ หลวงพ่ออุปัชฌาย์กลั่น วัดพระญาติ มีอักขระขอมอ่านว่า นะโมพุทธายะ แต่ตัว ยะ มีขีดเกินไป เข้าใจว่าช่างแกะจะเผลอ ส่วนด้านหลัง เหรียญ มียันต์ เฒาะ ขัดทะหมาด วน 3 รอบ มีคาถายอดศีล พุทธะสังมิ สี่ตัว ส่วนด้านล่าง ยันต์นะทรหด มีอักษรไทย ที่ระฤกในการปฏิสังขรณ์อุโบสถ
เมื่อท่านทราบความประสงค์ก็อนุญาต ถามว่าจะทำการปลุกเสกวันเวลาเท่าใด ครั้งถึงวันปลุกเสก หลวงพ่อกลั่น ท่านให้ พระอาจารย์อั้น ไปปลุกเสกในโบสถ์ ส่วนตัวท่านบริกรรมทำสมาธิอยู่ที่กุฏิ เป็นการตรวจสอบไปในตัว พระอาจารย์อั้น เล่าให้ฟังว่า เป็นนิมิตเห็นรูป หลวงพ่อกลั่น ไปนั่งเสกอยู่ในโบสถ์ร่วมกับท่าน ทำให้เกิดความปีติกล้าแข็งขึ้นเป็นอันมาก ฉะนั้น เหรียญ นี้ไม่ต้องสงสัยว่าจะไม่เก่ง เพราะ หลวงพ่อกลั่น มีพลังจิตสูงอาจส่งกระแสจิตเพ่งไปได้ทั้งใกล้และไกล
เหรียญ นี้สมัยนั้นใครทำบุญ 1 บาท ก็ได้รับแจกหนึ่ง เหรียญ หลวงพ่อกลั่น เป็นพระแท้ ไม่สะสมทรัพย์สมบัติ เสียสละสุขส่วนตัวเพื่อผู้อื่น ไม่ถือชั้นวรรณะ มีความเป็นสมณสังวร ใครพบเห็นก็น่ากราบไหว้ เป็นกันเองแก่คนทั่วไป ได้มีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 71 ปี ก็ถึงมรณภาพ งานศพของท่านเป็นงานยิ่งใหญ่ในเมืองอยุธยา มีผู้คนมาเผาหลายหัวเมือง ไม่มีอะไรเหลือ แม้แต่เถ้าถ่าน คนแย่งกันชุลมุน วัดแทบจะพัง
( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 842 เดือนพฤศจิกายน 2544 : เหรียญ หลวงพ่อกลั่น ธมฺมโชติ รุ่นแรก พ.ศ.2469 วัดพระญาติการาม จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ภาพและเรื่องโดย นายแพทย์ จรัญ ชัยศิริ )
ลิขสิทธิ์ 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์ บางกอกสาส์น สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.
Copyright Bangkoksarn Publishing 2010. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.





แสดงความคิดเห็น