ภาพและเรื่องโดย เมฆ เมืองชุมพร
วัดบ้านเซกา แต่เดิมเรียกว่า วัดสันติมหาวัน อำเภอเซกา จังหวัด หนองคาย พระอาจารย์ประสงค์ ภูริปัญโญ มาปักกลดที่ป่าไร่ดง หรือปัจจุบันนี้คือ วัดเซกาเจติยาราม พระครูสันติปัญญาภรณ์ ถิ่นกำเนิดท่านนั้นเป็นคนชาวบ้านเซกาใต้ ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัด หนองคาย ลืมตาขึ้นมาดูโลกเมื่อวันพฤหัสบดี วันที่ 26 มกราคม 2493
หลวงพ่อเทพา ท่านได้บวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 13 ปี ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2506 โดยมี พระอธิการผดุง สุกิกัมโม อดีตเจ้าอาวาสวัดไตรภูมิเซกา เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเทพา ท่านเล่าให้ผู้ใกล้ชิดฟังว่า ท่านชอบและสนใจการเรียนตลอดจนการปฏิบัติกรรมฐาน ศรัทธา ในครูบาอาจารย์ที่มีวัตรปฏิบัติ อันงดงามตามสมณวิสัยเคร่งครัด ในพระธรรมและวินัย
ขณะที่ท่านยังบวชเป็นเณรอยู่นั้น ได้เคยฟังธรรมกถาทที่แสดงโดย พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร เนื่องจากว่าทุกครั้งที่พระอาจารย์ฝั้น ท่านจะเดินทางขึ้นปฏิบัติธรรมบนภูวัว ท่านจะมาปักกลดแวะพักที่เซกาทุกครั้งคะเนเอาว่าจะอยู่ในราว พ.ศ.2506-2509 เมื่อบวชเป็นสามเณรได้ระยะประมาณ 3-4 ปี ไปปฏิบัติกรรมฐานกับ หลวงปู่คำสิงห์ สุภัทโธ วัดสิงหรินทาราม ครั้นออกพรรษาได้ออกเที่ยวธุดงค์กับ พระมหาทองดี โดยขึ้นไปพักอยู่ที่ถ้ำพระ ถ้ำบูชาภูงัว ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีพระที่อยู่ปฏิบัติธรรมประจำอยู่ที่นี่ เมื่อไปพักอยู่ที่ภูสิงห์ได้ประมาณเดือนเศษๆ จึงข้ามโขงไปฝั่งลาว พบพระอาจารย์ประเสริฐ เขมจารี
เนื่องจากพระอาจารย์ประเสริฐท่านไม่ค่อยอยู่เป็นที่ ท่านบอกอาคมให้หลายอย่าง มีบทหนึ่งเป็นอาคมกันหมา เมื่อเข้าบ้านหมาจะไม่เห่าและไม่กัด อาคมสำหรับป้องกันงูพิษ ตลอดจนอาคมที่ป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าใกล้ตัว และที่สำคัญการทำ ตะกรุดลอยน้ำ และ ผ้ายันต์แบบโบราณ
พ.ศ.2514 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน จึงได้อุปสมบทที่วัดคลองวาฬ โดยมีโยมแหมและโยมแม่กิ่ม ประมงค์ เป็นเจ้าภาพอุทิศเครื่องอัฐบริขารถวาย หรือจะเรียกว่ารับอุปการะเครื่องบวชให้นั่นเอง โดยมี พระสุเมธีวรคุณ (พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณหวล) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูประกิตสุทธิการ วัดห้วยยาง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระปลัดขจร วัดคลองวาฬ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า ภูริปัญโญ
คุณบุญเริง จอดนอก บ้านเลขที่ 115/9 ซอย 15 ถนนช่างอากาศอุทิศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร วันหนึ่งหลังเลิกงานห้อรถมอเตอร์ไซค์คู่ชีพกลับบ้านพัก เมื่อมาถึงถนนวิภาวดี ซึ่งตัดกับถนนเส้นถนนงามวงศ์วาน มีรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งมา ด้วยความ เร็วหักหลบรถอีกคันหนึ่งที่อยู่ทางขวามือ มาเบียดติดกับมอเตอร์ไซค์ของคุณบุญเริง เบียดปะทะราวเหล็กด้านข้างจนครูดงอไป ส่วนคุณบุญเริงก็ติดอยู่กับที่ราวเหล็ก และรถเก๋งไม่สามารถขยับรถออกได้ ถ้าหากว่าวันนั้นรถเก๋งตกใจ แล้วถอยออกมาเร็วหรือขยับรถเก๋งเดินหน้าไป ขาของเขาอาจจะขาด จึงตะโกนบอกรถเก๋งว่าอย่าขยับเด็ดขาด สักครู่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาถึงที่เกิดเหตุและหน่วยอาสากู้ภัยยกรถเก๋งออกเพื่อช่วย เมื่อออกจากที่เกิดเหตุแล้วสำรวจตัวดูไม่เป็นอะไรนอกจากรถเสียหาย วันนั้นทั้งเนื้อทั้งตัวคุณบุญเริงพกแต่ พระกริ่งปรมา เพียงองค์เดียว
ด้วยความศรัทธาต่อ หลวงพ่อเทพา จึงจัดผ้าป่าสามัคคีไปทอดถวายที่วัดเซกาเจติยาราม ได้รับ เหรียญรุ่น 6 มาแจกคณะกรรมการผ้าป่าจำนวนหนึ่ง เขาเอาไปแจกกรรมการในกลุ่มดังกล่าว นายตี๋ พักอยู่ที่เคหะดอนเมืองเกิดร้อนวิชา เอาเหรียญไปทดลองยิงด้วยปืนขนาด .38 เมื่อเหนี่ยวไกลั่นกระสุนนัดแรกดัง แก๊ก นัดที่สองเอาใหม่ ดังแก๊กเหมือนเดิม เพื่อนจึงบอกว่า เฮ้ย! พอ ตี๋มันทึ่งมาก คนลองของกระสุนไม่หมดไม่เลิกเพราะกำลังเมามัน ดูซิว่าที่เขาลือนั้นเชื่อได้เพียงใด พอเหนี่ยวไกนัดที่ 3 เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งเหรียญและสร้อยหายวับไปตามเสียงปืนที่คำรามแผดก้อง
( ที่มา: ย่อจาก ลานโพธิ์ ฉบับที่ 1056-1057 เดือนตุลาคม 2553 : พระครูสันติปัญญาภรณ์ หลวงปู่เทพา ( ประสงค์ ภูริปัญโญ ) วัดเซกาเจติยาราม ต.เซกา อ.เซกา จ.หนองคาย ภาพและเรื่องโดย เมฆ เมืองชุมพร )
ลิขสิทธิ์ 2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อ หรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียน ลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.
Copyright Bangkoksarn Publishing 2010. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.





แสดงความคิดเห็น