ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Monday
May 21st
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระเกจิอาจารย์ สายเหนือ หลวงปู่แหวน มหาเถระ อริยสงฆ์ แห่ง ดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่

หลวงปู่แหวน มหาเถระ อริยสงฆ์ แห่ง ดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและเรื่องโดย ทีมงานลานโพธิ์

หลวงปู่แหวน มหาเถระอริยสงฆ์แห่ง ดอยแม่ปั๋งก่อนปี พ.ศ.2528 มหาชนชาวไทยนับล้านต่างพากันกราบไหว้บูชา หลวงปู่แหวน แม้ว่าบางคนอาจจะไม่เคยได้พบกับตัวจริงของท่านเลยก็ตาม

เหรียญ หลวงปู่แหวน ในช่วงนั้นได้รับการแสวงหาจากศรัทธาชาวพุทธทั่วประเทศ เพราะต่างประจักษ์แจ้งในพุทธคุณที่ได้รับประสบการณ์อภินิหารต่างๆ ที่หลายคนได้เคยประสบกับตัวเอง ก่อให้เกิดศรัทธาขึ้นอย่างแรงกล้าในองค์ หลวงปู่แหวน

เมตตาธรรมของ หลวงปู่แหวน แผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี เป็นสิริมงคลอย่างท่วมท้นแก่ผู้ให้ความเคารพสักการบูชา หลวงปู่แหวน เป็นประจำ

บนสำนัก วัดดอยแม่ปั๋ง วันหนึ่งๆ จะมีผู้คนขึ้นไปกราบนมนัสการ หลวงปู่แหวน ไม่ขาดระยะ หลายคนมาจากดินแดนอันไกลแสนไกล เพราะเคารพและศรัทธา หลวงปู่แหวน จึงบุกบั่นดั้นด้นมาจนถึงที่พำนักของ หลวงปู่แหวน เพื่อให้ได้มีโอกาสกราบเท้า หลวงปู่แหวน บางครั้งก็สมหวัง แต่บางครั้งก็ไม่ได้พบเห็นหน้า หลวงปู่แหวน เลยและดูเหมือนว่า บ่อยครั้งเหลือเกินที่ต้องพลาดโอกาสทอง หลายคนจึงพอใจที่จะนั่งคุกเข่า ประนมมือขึ้นกราบบนพื้นแผ่นดินตรงประตูเข้า-ออกของ หลวงปู่แหวน ที่หน้ากุฏิหลังเล็กๆ หลังนั้น โดยสามัญสำนึกบอกให้เขารู้ว่า ตรงหน้าเขาในขณะนั้น หลวงปู่แหวน กำลังบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ภายในกุฏิ หวังในเมตตาจิตว่า หลวงปู่แหวน ก็คงจะเห็นและอำนวยอวยพรให้เขามีความสุขในชีวิตสืบไป

ในสมัยนั้นเมื่อทุกคนที่ขึ้นไป ดอยแม่ปั๋ง แล้ว จึงมีความสุขใจอย่างอิ่มเอิบ และหวังโอกาสทองในวันหน้าว่า สักวันหนึ่งจะต้องได้กราบ หลวงปู่แหวน ต่อหน้าอย่างจริงจังสักครั้ง

ทำไมสาธุชนจำนวนนับล้าน จึงเคารพศรัทธา หลวงปู่แหวน ทั้งๆ ที่บางคนนั้นไม่เคยพบหน้า หลวงปู่แหวน เลยก็มี ชาวบ้านบางคนให้คำตอบอย่างง่ายๆ ว่า เพราะ หลวงปู่แหวน ศักดิ์สิทธิ์มาก สามารถดลบันดาลโชคลาภ อำนวยอวยชัยให้อยู่เย็นเป็นสุข ปกป้องผองภัย ให้แคล้วคลาดจากภยันตราย ทั้งหลายทั้งปวงได้เป็นอย่างดียิ่ง นั่นคือความเชื่อถือที่ชาวบ้านมีต่อ หลวงปู่แหวน อาจจะจริง หรือไม่จริง ก็สุดแท้แต่ศรัทธายึดมั่นของแต่ละคนซึ่งไม่เหมือนกัน

เหนือสิ่งอื่นใดใน พ.ศ. นั้น หลวงปู่แหวน ได้กลายเป็นสถาบันอันหนึ่งที่จะหล่อหลอมจิตใจให้คนจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีไม่น้อยกว่าล้านคนได้ยึดมั่นเป็นสรณะเป็นที่พึ่งทางใจ เพราะได้ประจักษ์แจ้งแล้วว่า หลวงปู่แหวน ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ บำเพ็ญธรรมจนเชื่อกันว่าบรรลุสู่ขั้นตอนแห่งอรหันต์แล้ว

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่หลวงปู่แหวน จึงเป็น พระสุปฏิปันโนที่น่าเคารพกราบไหว้อย่างที่สุด

หลวงปู่แหวน เป็นชาวจังหวัดเลย ถือกำเนิดที่ บ้านนาโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดเลย เกิดเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2431 (ตรงกับรัชกาลที่ 5) บิดาชื่อ ใส มารดาชื่อ แก้ว นามสกุล รามศิริ มีพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน 1 คน พี่น้องต่างมารดา 6 คน บิดามีอาชีพเป็นชาวนาและช่างตีเหล็ก ในสมัยเด็กๆ นั้น ท่านไม่ได้ชื่อ แหวน แต่หากชื่อ ยาน ครั้นเมื่ออายุได้ 12 ขวบ คือในปี พ.ศ.2443 ก็ได้ไปเรียนหนังสืออยู่กับ พระอาจารย์อ้วน ที่วัดโพธิ์ชัย ในหมู่บ้านนาโป่งนั่นเอง ทั้งนี้โดยได้บวชเป็นสามเณร
ตามประเพณีของชาวอีสานถือว่า การบวชนั้นเป็นการเริ่มชีวิตใหม่ที่เป็นมงคลแก่ชีวิต และมักจะนิยมเปลี่ยนชื่อใหม่เมื่อได้บวชเรียน ดังนั้น ด.ช.ยาน ที่บวชเป็นสามเณรครั้งนี้จึงได้ชื่อในทางพระว่า สามเณรแหวน สืบต่อมาจนกระทั่งเป็น หลวงปู่แหวน ดังเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปในเวลาต่อมา

เมื่อ สามเณรแหวน ได้อยู่ในสมณเพศเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยอย่างจริงจัง ไม่ค่อยพูดจากับใคร ชอบอยู่คนเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะไม่ฉันเนื้อสัตว์ และจะฉันมื้อเดียวในหนึ่งวัน

เพียงชั่วระยะการบวชเรียนไม่นานนัก แต่ก็แตกฉานในพระธรรมคำสอนอย่างยิ่ง ทำให้เกิดความมานะอยากได้เรียนพระบาลีสูงๆ ต่อไป สมัยนั้นโรงเรียนวัดที่สอนหนังสือพระธรรมนั้นก็มีน้อย สำนักที่ขึ้นชื่อที่สุดในภาคอีสานก็ที่ จังหวัดอุบลราชธานี สามเณรแหวน จึงเดินทางไปยังอุบลฯพร้อมกับ พระอาจารย์อ้วน และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายมหานิกาย ณ วัดสร้างถ่อนอก เขตอำเภอม่วงสามสิบ ปัจจุบันอยู่ใน เขตอำเภอหัวตะพาน จังหวัดอุบลราชธานี

หลังจากที่บวชเป็นพระแล้ว หลวงปู่แหวน ก็จำพรรษาอยู่ที่ วัดสร้างถ่อ ในตำบลสร้างถ่อน้อย เขตอำเภอม่วงสามสิบ เช่นกัน ได้ศึกษาเล่าเรียนหนังสือโบราณ หรือ มูลกัจจายน์ หลวงปู่แหวน จะเรียนหนังสืออยู่กี่พรรษาก็ไม่ปรากฏแน่ชัด ทราบแต่เพียงว่าในช่วงนั้นกิตติศัพท์ของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล และ พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม เป็นพระกัมมัฏฐานที่ยึดเอาการธุดงค์บำเพ็ญธรรม เผยแพร่คำสอนของพระพุทธองค์ จนเป็นที่โด่งดังในภาคอีสาน หลวงปู่แหวน ใคร่ประสงค์จะขอพบเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ จึงได้หายไปจากบ้านสร้างถ่อนอกตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่มีใครทราบ

หลวงปู่แหวน ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะตามหา พระอาจารย์มั่น ให้พบและก่อนหน้านั้นก็ได้พบกับศิษย์ในสายนี้ก่อน อาทิ อาจารย์ตื้อ

ในที่สุดก็ได้พบกับ พระอาจารย์มั่น สมกับความตั้งใจ ณ บ้านค้อ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เมื่อปี พ.ศ.2467 ขณะนั้น หลวงปู่แหวน มีอายุ 36 ปี พร้อมกันนั้นก็ได้พบกับ พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของ พระอาจารย์มั่น ในการเผยแพร่พระธรรมด้วย

พระอาจารย์มั่น ได้เทศน์และสอนธรรมแก่ หลวงปู่แหวน ด้วยความเมตตาอย่างยิ่ง โดยไม่ถือว่า หลวงปู่แหวน ในตอนนั้นเป็นพระธรรมยุต ซึ่งโดยปกติการที่จะอบรมสั่งสอนและถ่ายทอดวิชาความรู้กันนั้น เพื่อความสะดวกด้วยกันทั้งศิษย์ และพระอาจารย์ก็ควรจะเป็นพระในนิกายเดียวกัน

แต่จากคำบอกเล่าของพระอาจารย์หลายท่านในสายพระอาจารย์มั่นกล่าวว่า ในช่วงแรกที่ หลวงปู่แหวน ได้พบกับ พระอาจารย์มั่น นั้น เป็นเพียงแต่พบกันธรรมดาๆ เท่านั้น ตัว หลวงปู่แหวน เองก็มิได้ปวารณาตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น แต่ประการใด ทั้งๆ ที่ในตอนนั้น หลวงปู่แหวน ก็เกิดความศรัทธาเลื่อมใสอย่างยิ่งในปฏิปทา และคำสอนของ พระอาจารย์มั่น ก็ตาม หลังจากที่ได้พบกับ พระอาจารย์มั่น แล้ว หลวงปู่แหวน ก็ได้ยึดเอาการเดินธุดงค์เป็นวัตรปฏิบัติ บำเพ็ญสมณธรรม กัมมัฏฐาน อยู่โดยทั่วไปทางภาคอีสาน ในบางโอกาสก็ได้พบและรู้จักพระอาจารย์อื่นๆ ในสายพระอาจารย์มั่นบางท่าน จึงมีความรู้จักมักคุ้นกันตามสมควร

หลวงปู่แหวน จะเดินธุดงค์อยู่อีสานเป็นเวลานานเท่าไรก็ไม่มีหลักฐาน และไม่มีใครทราบกันแน่ชัด จนในที่สุดก็ได้เดินทางมายังกรุงเทพฯ พักอยู่ที่ วัดบรมนิวาส ยศเส แต่จะพักกับใครก็ไม่มีใครทราบเช่นกัน

ต่อมาเมื่อ ท่านเจ้าคุณ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ( สิริจันโท จันทร์ ) เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส ได้รับนิมนต์จาก เจ้าแก้วนวรัตน์ เจ้าเมืองเชียงใหม่ ขอให้ไปจำพรรษาอยู่ ณ วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ท่านเจ้าคุณ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ก็ได้คัดเอา หลวงปู่แหวน เป็นพระอนุจรติดตามคณะของท่านไปด้วย โดยเดินทางไปทางรถไฟ ตกในปี พ.ศ.2471

เมื่อเดินทางถึงวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ แล้ว หลวงปู่แหวน ก็ได้ญัตติเป็นพระธรรมยุต ณ พระอุโบสถวัดเจดีย์หลวง นั่นเอง โดยมีท่านเจ้าคุณ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจันโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่แหวน ได้จำพรรษาอยู่ที่ วัดเจดีย์หลวง 2 พรรษา ก็ได้ออกเดินธุดงค์ กัมมัฏฐาน บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในเขต จังหวัดเชียงใหม่

ขณะเดียวกัน ท่านเจ้าคุณ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ( สิริจันโท ) ก็ได้นิมนต์ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต จากอีสานให้ไปจำพรรษาที่ วัดเจดีย์หลวง เพื่อจะได้เทศนาโปรดสัตว์ชาวเหนือ สอนธรรมตามแนวทางที่ พระอาจารย์มั่นได้เผยแผ่มาโดยตลอด พระอาจารย์มั่น ก็ได้เดินทางไป วัดเจดีย์หลวง ตามคำนิมนต์นั้น

ท่านเจ้าคุณฯ สิริจันโท ได้แต่งตั้งให้ พระอาจารย์มั่น เป็นเจ้าอาวาส วัดเจดีย์หลวง และเป็นพระอุปัชฌาย์ด้วย แต่ พระอาจารย์มั่น เห็นว่า สิ่งนี้เป็นภาระที่จะทำความหนักใจ ให้แก่ท่านใน การปฏิบัติสมณธรรม กัมมัฏฐาน จึงได้คืนตำแหน่งทั้งหมดแก่ท่านเจ้าคุณฯ ณ วัดเจดีย์หลวง นี้เอง ที่ หลวงปู่แหวน ได้ขอมอบตัวเป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่นโดยสมบูรณ์ หลวงปู่แหวน ได้ออกเดินธุดงค์ และจำพรรษาในวัดที่ต่างๆ ทางภาคเหนือเป็นระยะเวลานานพอสมควร คณะญาติโยมทางจังหวัดเลยก็ใคร่ที่จะนิมนต์ หลวงปู่แหวน ให้กลับไปจำพรรษาที่จังหวัดเลยบ้าง

คณะที่ติดตามไปนิมนต์ หลวงปู่แหวน ให้กลับไป จังหวัดเลย ครั้งนั้นก็มี พระอาจารย์ซามา พระอาจารย์ตื้อ พระอาจารย์สิม เมื่อพบ หลวงปู่แหวน แล้วก็แจ้งความประสงค์ให้ทราบ หลวงปู่แหวน ได้ตอบปฏิเสธในเจตนาดีของพระอาจารย์เหล่านั้น โดยขอยึดเอาใน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ปฏิบัติธรรมจวบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ณ วัดดอยแม่ปั๋ง เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2528 สิริอายุได้ 98 ปี

( ที่มา : ย่อจาก ลานโพธิ์ ฉบับที่ 1085 เดือนมกราคม 2555 หลวงปู่แหวน มหาเถระ อริยสงฆ์ แห่ง ดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่  ภาพและเรื่องโดย ทีมงานลานโพธิ์ )

ลิขสิทธิ์  2012 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์ บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียน เพื่อการแจกจ่ายทาง อีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบน เว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2012. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools.

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 24 มกราคม 2012 เวลา 21:02 น. )