พระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นงานพุทธศิลป์สมัยราชวงศ์ปาละ ราว พ.ศ.1100 สร้างจากหินแกรนิตสีดำ ต่อมา พ.ศ.2534 เจ้าหน้าที่ได้ทาสีทองทั้งองค์ สูงประมาณ 2 เมตรเศษ ประดิษฐานอยู่ด้านในห้องโถงชั้นล่างของพระเจดีย์พุทธคยา
อ่าน 0 ความคิดเห็น... >>
พระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นงานพุทธศิลป์สมัยราชวงศ์ปาละ ราว พ.ศ.1100 สร้างจากหินแกรนิตสีดำ ต่อมา พ.ศ.2534 เจ้าหน้าที่ได้ทาสีทองทั้งองค์ สูงประมาณ 2 เมตรเศษ ประดิษฐานอยู่ด้านในห้องโถงชั้นล่างของพระเจดีย์พุทธคยา
แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 06 กันยายน 2011 เวลา 13:57 น. )
อ่านเพิ่มเติม...ภาพและเรื่องโดย พัฒนพลชัย
นายอำนาจ เสนางคนิกร เจ้าของร้านทองไทยดี (ถ.ธรรมนูญวิถี หาดใหญ่) และ นายวิวัฒน์ ซื่อธานุวัฒน์ เจ้าของร้านขายยา หาดใหญ่ฟาร์มาซี (ถ.นิพัทธ์อุทิศ 1 หาดใหญ่) ทั้งสองเป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจ รังนกนางแอ่นโดยร่วมลงทุนซื้ออาคารพาณิชย์สองห้อง (ทำเป็นบ้านรังนกนางแอ่น) ตั้งอยู่ถนนทางเลียบรถไฟติดกับบริษัท สุวรรณนทีทัวร์ อ.เมือง จ.ชุมพร
แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 12 กรกฏาคม 2011 เวลา 01:16 น. )
อ่านเพิ่มเติม...โดย แฉ่ง บางกระเบา
สถานที่พระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์ที่ประเทศอินเดีย จุดนี้เอง ผู้เขียนฟัง ดร.พระมหาอ้าย บรรยายแล้วเกิดความมหัศจรรย์ทางใจว่า จุดนี้เป็นดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดความรู้สึกได้ จึงรำลึกนึกถึงว่าถ้าจะนำดินจุดนี้ไปสร้างพระเครื่อง พระปางเปิดโลก สว่างไสวทั้งไตรภพ เป็นพระเครื่องเนื้อดินเผา น่าจะเป็นพระเครื่องที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะมีกระแสสื่อถึงพระพุทธองค์ได้โดยตรง
แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 02 มีนาคม 2011 เวลา 15:55 น. )
อ่านเพิ่มเติม...โดย..แฉ่ง บางกระเบา
"พระร่วงโรจนฤทธิ์" เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำอยู่ ณ องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้เชิญ "พระร่วงโรจนฤทธิ์ศรีอินทราทิตย์ธรรมโมภาสมหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร" ซึ่งเป็นพระที่ชำรุดที่ทรงได้พระเศียรมาจากเมืองสวรรคโลก โปรดให้ปฏิสังขรณ์แล้วนำไปประดิษฐานไว้ในซุ้มพระวิหารทิศเหนือตรงบันไดใหญ่ และทรงดำรัสคำสั่งให้บรรจุพระอังคารของพระองค์ไว้ในฐานพระรูปองค์นี้ เมื่อพระองค์สวรรคตแล้ว
แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 02 มีนาคม 2011 เวลา 15:45 น. )
อ่านเพิ่มเติม...เรื่องและภาพโดย..คนกรุงเก่า
สงกรานต์ปีนี้ผู้เขียนหลบความวุ่นวายของบ้านเมืองไปที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อันเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อที่ ต.เกาะเรียน อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา ถือโอกาสไปนมัสการพระพุทธรูปสามองค์ด้วยกันประกอบด้วย หลวงพ่อพระมงคลบพิตร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยา ที่คราวเสียกรุงเมื่อปี พ.ศ.2310 พม่าเอาไฟสุมองค์หลวงพ่อลอกแผ่นทองคำที่ปิดองค์หลวงพ่อไปทั้งหมด จากนั้นไม่หนำใจคิดว่าภายในองค์หลวงพ่อจะมีกรุสมบัติ เลยใช้โซ่คล้องพระกัจฉะ (รักแร้) ของหลวงพ่อใช้ช้างฉุดกระชากจนพระกร (แขน) ขาดออกจากพระวรกาย เผาวิหารทิ้ง ปล่อยให้หลวงพ่อกรำแดดกรำฝนจนถึงปี พ.ศ.2460 พระยาโบราณราชธานินทร์ สมุหเทศาภิบาล (เจ้าเมือง) พระนครศรีอยุธยา ได้จัดสร้างวัตถุมงคล เหรียญหลวงพ่อพระมงคลบพิตร เพื่อสมนาคุณผู้สละทรัพย์ร่วมบูรณะหลวงพ่อพระมงคลบพิตรให้กลับมีสภาพสมบูรณ์ ต่อมาได้สร้างวิหารครอบดังที่ปรากฏในปัจจุบัน
แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 02 มีนาคม 2011 เวลา 15:42 น. )
อ่านเพิ่มเติม...