ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น

Tuesday
Feb 07th
ป้ายโฆษณา
หน้าแรก พระบูชา/เทวรูป พระพุทธรูปบูชาสมัยทวาราวดี ที่เมืองสุพรรณบุรี

พระพุทธรูปบูชาสมัยทวาราวดี ที่เมืองสุพรรณบุรี

อีเมล พิมพ์ PDF

ภาพและ เรื่องโดย.. มนัส โอภากุล

เศียรพระพุทธรูปทองคำ พบที่ อ.อู่ทอง เจดีย์หมายเลข 2

เขียนบทความเรื่องพระกรุ-พระเกจิอาจารย์ให้ ลานโพธิ์ เป็นเวลานานถึง 27 ปี ไม่เคยเขียนเรื่องพระบูชาเลย บางทีอาจจะทำให้ท่านอาจสงสัยว่าเมืองสุพรรณไม่มีพระบูชาก็เป็นได้ ความเป็นจริงแล้วพระบูชาในจังหวัดสุพรรณบุรีพบมาก นับจำนวนครั้งแล้วมากกว่าการพบพระเครื่องหลายเท่า ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี และอู่ทอง ดังจะได้กล่าวต่อไป

เมืองสุพรรณ เป็นเมืองหนึ่งทางภูมิภาคตะวันตก ซึ่งมีเมืองกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครปฐม และสุพรรณบุรี ในอดีตกาลเมืองสุพรรณเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญ ชาวอินเดียและศรีลังกาเดินทางมาค้าขาย ซื้อสินค้าไปขายยังประเทศของเขา

ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องขอบพระทัยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เสด็จออกตรวจราชการเมืองเหนือ ขากลับตรวจราชการที่เมืองอ่างทอง มีพระประสงค์จะเสด็จตรวจราชการเมืองสุพรรณ ผู้ว่าราชการเมืองอ่างทองทัดทานไม่อยากให้เสด็จ เกรงว่าจะเป็นอันตราย เนื่องจากเทพารักษ์เมืองสุพรรณไม่ชอบเจ้านายอาจจะทำร้ายเอา

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระวินิจฉัยและไตร่ตรองด้วยเหตุและผล ไม่ทรงเชื่อคำทัดทานเจ้าเมืองอ่างทองผู้หวังดี พระดำรัสว่า

ฉันเห็นว่าเทพารักษ์เมืองสุพรรณคงอยู่ในศีลธรรม รู้ว่าฉันไปเมืองสุพรรณเพื่อจะทำนุบำรุงบ้านเมืองให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขกว่าแต่ก่อน คงจะกลับยินดีอนุโมทนาเสียด้วยอีก ไม่น่าจะเห็นวิตกอย่างไร

(นิทานโบราณคดี เรื่องห้ามไม่ให้เจ้าไปเมืองสุพรรณ หน้า 43 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ)

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงม้าจากเมืองอ่างทองแต่เช้าตรู่ ผ่านทุ่งนาและหนองน้ำถึงเมืองสุพรรณใกล้พลบค่ำ พบแต่คณะกรรมการเมืองคอยรับเสด็จ แต่ไม่ปรากฏว่าเจ้าเมืองสุพรรณอยู่ สอบถามได้ความว่าหนีเข้ากรุงเทพฯไปแล้ว รุ่งขึ้นเช้าราษฎรพากันมาร้องทุกข์ ว่าเจ้าเมืองกดขี่ข่มเหง ด้วยเหตุนี้เองจึงปล่อยข่าวโคมลอยว่าเทพารักษ์เมืองสุพรรณดุ ไม่ชอบเจ้านาย สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตรัสถามชาวเมืองสุพรรณว่ามีโบราณสถาน-โบราณวัตถุที่ใดบ้าง ชาวเมืองกราบทูลว่ามีเมืองอยู่เมืองหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมืองสุพรรณบุรี ชื่อ เมืองท้าวอู่ทอง ทรงสนพระทัยเป็นอันมาก

ต่อมาอีก 2-3 ปี (พ.ศ.2437-2438) ไปตรวจราชการที่อำเภอสองพี่น้อง ตรวจเสร็จแล้วทรงม้าขึ้นไปยังเมืองร้าง ท้าวอู่ทอง เก้งวิ่งผ่านพระพักตร์ และค้นพบโบราณวัตถุถึงยุคสมัยทวาราวดี หลังจากนั้นชาวต่างประเทศ เช่น พันตรีลูเน่ต์ เดอลาช็องกิเยร์ (LUNET DELAJONQUIER) ศาสตราจารย์ยอช เซเดส์ (Prof. GEORGE COEDES) นายควอ ริชส์ เวลส์ (QUARICH WALES) นายปิแอร์ ดูป็องต์ (PIERRE DUPONT) และหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ ทำการสำรวจต่อ ศาสตราจารย์ยอช เซเดส์ เสนอว่า เมืองหลวงของอาณาจักรทวาราวดีควรเป็นอู่ทอง และนายปิแอร์ ดูป็องต์ ทำวิทยานิพนธ์

ควรเพิ่มอู่ทองเข้าไปในหมู่เมืองมอญเก่า (ทวาราวดี) ด้วยหรือไม่

(เก็บความจากโบราณวิทยา เรื่องเมืองอู่ทอง ศาสตราจารย์ช็อง บ๊วซเซอลิเยร์) ถึงกระนั้นก็ตาม เมืองท้าวอู่ทองก็มิได้รับความสนใจแก่บรรดานักประวัติศาสตร์และโบราณคดีเท่าที่ควร จะอย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยตั้งเป็นอำเภอขึ้น เมื่อราว พ.ศ.2445 ชื่ออำเภอจระเข้สามพัน ตามชื่อแม่น้ำ กาลเวลาผ่านไปราว 40 ปี พ.ศ.2483-2485 ขุนสุพรรณธานี (เวียน วัฏฏานนท์ ย้ายที่ว่าการอำเภอมาอยู่ที่ตลาดท่าพระยาจักร์ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภออู่ทอง ปัจจุบันคือตลาดอำเภออู่ทอง)

ในตัวเมืองและนอกคูเมืองอู่ทอง ชาวไร่ขุดดินทำไร่พบโบราณวัตถุหลากหลาย เช่น พระพุทธรูป ลูกปัดเป็นจำนวนมากมาย จวบจน พ.ศ.2504 ชาวบ้านขุดพบพระพุทธรูปสัมฤทธิ์สมัยทวาราวดี สูงเกือบ 2 ฟุต เอาเข้าไปขายในกรุงเทพฯ จึงทำให้ศิลปากรอู่ทองตื่นตัว ของบประมาณขุดค้นโบราณสถานซึ่งมีเจดีย์อยู่ราว 30 องค์ เป็นการขุดค้นเพื่อหาหลักฐานว่าพระเจ้าอู่ทองครองราชย์เมืองท้าวอู่ทอง ก่อนที่จะไปสถาปนากรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ.2505-2509 โดยร่วมมือกับ ศาสตราจารย์ช็อง บ๊วซเซอลิเยร์ (Prof. Jean Boisselur)

จากการขุดค้นทางวิชาการครั้งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างผันแปรไปหมดสิ้น ไม่พบโบราณสถาน-โบราณวัตถุสมัยอู่ทอง ไม่พบเลยแม้แต่สักชิ้นเดียว แต่กลับพบหลักฐานทางโบราณคดีสูงขึ้นไปจากสมัยอู่ทองมาก จนถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ หินใหม่ (Neolithic Period) อายุราว 3,500-3,800 ปี ตามที่ศาสตราจารย์ช็อง บ๊วซเซอลิเยร์ ได้คำนวณไว้ และชี้ให้เห็นว่าอำเภออู่ทองเป็นจุดเริ่มต้นของ อาณาจักรทวาราวดี เช่นเดียวกันกับข้อตามที่ศาสตราจารย์ช็อง บ๊วซเซอลิเยร์ ได้คำนวณไว้ และชี้ให้เห็นว่าอำเภออู่ทองเป็นจุดเริ่มต้นของ อาณาจักรทวาราวดี เช่นเดียวกันกับข้อเสนอของศาสตราจารย์ยอช เซเดส์ และนายปิแอร์ ดูป็องต์ ได้เสนอไว้นานแล้ว และศิลปะทวาราวดีได้แพร่กระจายไปยังภาคต่างๆ เหนือ อีสาน ตะวันออก และใต้

จากการขุดสำรวจครั้งนี้ พบพระพุทธรูปสมัยทวาราวดีที่เจดีย์หมายเลข 3 จำนวน 3 องค์ และเจดีย์หมายเลข 11 อีก 4 องค์ เศียรพระพุทธรูปทองคำเจดีย์หมายเลข 2 อีก 1 เศียร ของดังกล่าวนี้อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 2 อู่ทอง ชาวเมืองสุพรรณควรขอบพระทัยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ หากไม่เสด็จมาตรวจราชการเมืองสุพรรณ ก็จะไม่ทรงทราบเรื่องราวของเมืองอู่ทอง เมืองสุพรรณจะถูกปกปิดไปอีกนานเท่าใดก็ไม่รู้ เพราะเมืองสุพรรณขณะนั้นเท่ากับตกอยู่ในป่า โจรผู้ร้ายชุกชุม มีการปล้นกันไม่เว้นแต่ละวัน ในขณะเดียวกันนั้น รถไฟถึงเมืองเหนือ ใต้ อีสาน แต่เมืองสุพรรณอยู่แค่คืบ ไม่ได้รับความสนใจ ระยะทางเป็นพัน กม. เดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง เมืองที่ห่างไกลปืนเที่ยงรับวัฒนธรรมไปจากกรุงเทพฯ แต่เมืองสุพรรณระยะทางเพียงแค่ 100 กม. ใช้เวลาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไป-กลับ ไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง

ก่อนที่ศิลปะทวาราวดีที่อู่ทองจะได้แพร่หลายไปยังภาคต่างๆ ของประเทศ แพร่เข้าไปในตัวจังหวัดสุพรรณบุรีก่อนหลายจุด เช่นที่บ้านหนองแจง ตำบลไร่รถ อำเภอดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี, บ้านดอนระกำ ตำบลสวนแตง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี, บ้านดอนระฆัง ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเมือง สุพรรณบุรี, ตำบลรั้วใหญ่ ตำบลพิหารแดง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี, บ้านสำเภาล่ม ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช และบ้านคูเมือง ตำบลทุ่งคลี อำเภอเดิมบางนางบวช ที่บ้านหนองแจง

ศิลปากรอู่ทองไปทำแผนผังของบ้านหนองแจงไว้ เป็นเมืองสองเมืองซ้อนกัน เมืองชั้นในเป็นรูปผลฟัก สมัยทวาราวดี เมืองชั้นนอกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นเมืองในสมัยลพบุรี ชาวทวาราวดีคงจะขยายเมืองมาจากอู่ทอง ต่อมาร้างไป ขอมแผ่อำนาจมาจากตะวันออก (จะกล่าวตอนหลัง) เมื่อ พ.ศ.2529-2530 มีผู้ขุดพบพระสมัยทวาราวดี เนื้อชิน ปางปฐมเทศนา และพระบูชา ทำให้รู้ได้ว่าชาวทวารวดีได้มาสร้างเมืองขึ้นอีกเมืองหนึ่งที่บ้านหนองแจง

พระพุทธรูปสมัยทวาราวดี พบที่เจดีย์หมายเลข 11 ปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ อ.อู่ทอง พระพุทธรูปสมัยทวาราวดี ปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ พบที่บ้านดอนระกำ ต.สวนแตง อ.เมืองสุพรรณบุรี พระพุทธรูปสมัยศรีวิชัย พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พบที่บ้านดอนระกำ ต.สวนแตง อ.เมืองสุพรรณบุรี กรุเดียวกับพระทวารวดี พระพุทธรูปสมัยทวาราวดี ปางประทานพร พบที่บ้านดอนระกำ ต.สวนแตง อ.เมือง สุพรรณบุรี พระพุทธรูปสมัยทวาราวดี ปางประทานพร พบที่บ้านดอนระกำ ต.สวนแตง อ.เมือง สุพรรณบุรี

พระพุทธรูปสมัยทวาราวดี ปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ พบที่บ้านดอนระกำ ต.สวนแตง อ.เมืองสุพรรณบุรี พระพุทธรูปสมัยทวาราวดี ปางโปรดสัตว์ พบที่บ้านดอนระกำ ต.สวนแดง อ.เมืองสุพรรณบุรี พระพุทธรูปสมัยทวาราวดี ปางสมาธิ พบที่ อ.เดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี พระพุทธรูปสมัยทวาราวดี ปางโปรดสัตว์ พบที่บ้านดอนระกำ ต.สวนแตง อ.เมือง สุพรรณบุรี พระพุทธรูปสมัยทวาราวดี ปางโปรดสัตว์ พบที่บ้านดอนระกำ ต.สวนแตง อ.เมือง สุพรรณบุรี

ที่บ้านดอนระกำ ต.สวนแตง ชาวนาขุดพบกรุพระพุทธรูปสมัยทวาราวดีในที่นาของตนเองเป็นจำนวนมาก ไม่น้อยกว่า 30 องค์ ถือได้ว่าเป็นจำนวนมากที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี บ้านดอนระกำนี้อยู่ห่างจากตัวอำเภออู่ทองราว 5-6 กม. เพียงแม่น้ำจระเข้สามพันขวางกั้นอยู่เท่านั้น

ที่บ้านดอนระฆัง มีซากเจดีย์สมัยทวาราวดีอยู่ 3-4 องค์ เมื่อ 30 กว่าปี เคยไปเที่ยวบ้านดอนระฆัง เห็นเจดีย์สี่เหลี่ยมสมัยทวาราวดีองค์หนึ่ง เชิงฐานกว้างราว 10 เมตร เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว ไปที่บ้านดอนระฆังอีก ปรากฏว่าเจดีย์องค์ที่เห็นก่อนนั้นถูกชาวบ้านทำลายราบไปแล้วอย่างน่าเสียดาย ก้อนอิฐแผ่นใหญ่ๆ ไปอยู่ตามเชิงบันไดบ้านของชาวบ้าน ส่วนที่องค์เจดีย์มีแต่เศษอิฐแตกหักอย่างไม่มีชิ้นดี ที่นี่พบลูกปัดสีต่างๆ ด้วย อาจจะมีอายุมาตั้งแต่สมัยฟูนัน

ตำบลรั้วใหญ่-ตำบลพิหารแดง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี มีชื่อว่าเมือง พันธุมบุรี ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ (ท่าจีน) เป็นเมืองสมัยทวาราวดียุคกลาง เมื่อ พ.ศ.1369 พระเจ้าสุวรรณราชากษัตริย์ผู้ครองเมือง ท้าวอู่ทอง หรือที่อำเภออู่ทอง โปรดฯให้สร้างหลวงพ่อโตขึ้นในวัดดอนมะขวิด ก็คือ วัดป่าเลไลยก์ ปัจจุบัน สูง 23.43 เมตร แต่ได้รับการบูรณะมาถึง 3-4 ครั้ง ในสมัยลพบุรี สมัยอยุธยา สมัยรัตนโกสินทร์ จึงทำให้พระพักตร์เพี้ยนกลายเป็นศิลปะอยุธยา ถึงกระนั้นก็ดี พระพักตร์ยังมีเค้าศิลปะทวาารวดีอยู่ คือ พระพักตร์ป้าน พระเนตรโต พระนาสิกใหญ่ พระโอษฐ์กว้าง พระหนุ (คาง) เป็นเหลี่ยม ที่วัดพระลอย ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี มีพระหินสูงราว 108 ซม. อีกองค์หนึ่งสูงราว 160 ซม.

หลวงพ่อแต้ม เจ้าอาวาสวัดพระลอย เก็บมาจากวัดร้างราชเดชะ ซึ่งอยู่ติดกับวัดพระลอย ศาสตราจารย์ช็อง บ๊วซเซอลิเยร์ ว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยทวาราวดียุคกลาง และที่วัดราชเดชะนี้ยังมีผู้พบพระพุทธรูปสัมฤทธิ์สมัยทวาราวดีอีก 3 องค์ เหนือวัดพระลอยขึ้นไปที่วัดพิหารแดง ตำบลพิหารแดง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี มีพระพุทธรูปหินสีน้ำเงินเหมือนกับที่จังหวัดนครปฐม ทางด้านใต้ขององค์พระปฐมเจดีย์ น่าเสียดายมากชาวบ้านทุบเสียแตกละเอียด ถามกำนันบอกว่าจะหาทองคำในองค์พระ ช่างโง่จริงๆ ทองคำจะเข้าไปอยู่ในหินได้อย่างไร

ที่บ้านสำเภาล่ม ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช พบพระพิมพ์ดินเผาขนาดใหญ่ สูงราว 20 ซม.เศษ กว้าง 14 ซม. ปางป่าเลไลยก์ กับปางชนะมาร ตามทฤษฎีเก่าบอกว่า ปางป่าเลไลยก์ไม่มีในสมัยทวาราวดี ไม่ใช่มีเพียงพระพิมพ์ดินเผาขนาดใหญ่เท่านั้น แม้พระเครื่องก็พบที่เขาทำเทียม อำเภออู่ทอง เลยไปทางตะวันออกตำบลทุ่งคลี ใกล้กับคลองสีบัวทอง ติดกับจังหวัดสิงห์บุรี มีเมืองทวาราวดีร้างอยู่เมืองหนึ่ง ราษฎรบุกรุกเข้าไปจับจองเป็นที่อยู่อาศัย คณะนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร แผนกโบราณคดี เคยมาสำรวจพบลูกปัดสีต่างๆ ในสมัยทวาราวดี เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2508 - วันที่ 1 มกราคม 2509

พระพุทธรูปสมัยทวารวดีได้รับอิทธิพลศิลปะมาจากประเทศอินเดีย ในศิลปะคุปตะยุคปลาย (Late Gupta) มากลายเป็นพระพุทธรูปสมัยทวาราวดีบริสุทธิ์ แต่ทว่าพระพักตร์ของพระพุทธรูปสมัยทวาราวดีที่อำเภออู่ทอง ผิดเพี้ยนไปจากพระพักตร์พระพุทธรูปสมัยทวาราวดีของจังหวัดนครปฐม เพราะพระพุทธรูปสมัยทวาราวดีพบมาก่อนพระพุทธรูปที่อำเภออู่ทอง ทุกท่านชินตากับพระพักตร์พระพุทธรูปสมัยทวาราวดีของนครปฐมมานานหลายสิบปี จะอย่างไรก็ตาม เมื่อประมวลพุทธลักษณะโดยรวมแล้วมีความคล้ายกัน ดังนี้

พระพักตร์ป้าน พระนลาฏ (หน้าผาก) แคบ พระขนงเป็นสันนูน พระเนตรโปน พระนาสิกป้าน พระโอษฐ์กว้าง พระกรรณสั้น เม็ดพระศกมีทั้งก้นหอยและเม็ดสาคู พระโมลีเป็นต่อมนูน พระพุทธรูปสมัยทวาราวดีพบในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมแล้วราว 40-50 องค์

( ที่มา: ลานโพธิ์ ฉบับที่ 841-842 เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2544 : พระพุทธรูปบูชาสมัยทวาราวดี ที่เมืองสุพรรณบุรี ภาพและ เรื่องโดย.. มนัสโอภากุล )

ลิขสิทธิ์  2010 ลานโพธิ์ - สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด. กรุณาอย่าตัดต่อหรือคัดลอกข้อเขียนเพื่อการแจกจ่ายทางอีเมลหรือโพสข้อเขียนลงบนเว็บไซด์ กรุณาใช้เครื่องมือของเว็บไซด์ลานโพธิ์ เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Copyright Bangkoksarn Publishing 2010. Please don't cut articles from LanpoThai.com and redistribute by email or post to the web. You may share using our article tools

แสดงความคิดเห็น

Please login to post comments or replies.
แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 03 มีนาคม 2011 เวลา 14:52 น. )